ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ.เวนคืนที่ดิน 5 จังหวัด 850 ไร่เตรียมพร้อมก่อสร้างไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินให้เข้าสำรวจพื้นที่ภายใน 60 วันหลังออกพรฎ. พร้อมกันเงินงบประมาณสำหรับเวนคืน 3.5 พันล้าน
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (29 ต.ค.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชฤษฎีกกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เขตลาดกระบังกรุงเทพมหานคร อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อำภอมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราอำภอมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำภอบางละมุง อำภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน พ.ศ....ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง - ดอนเมือง - อู่ตะเภา) ซึ่งรวมไปถึงเครื่องประกอบทางรถไฟ ทาง และสิ่งจำเป็นอื่นๆตามโครงการดังกล่าว
นางสาวไตรศุลีกล่าวว่าภายหลังจากที่ ครม.ให้ความเห็นชอบและมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแล้วให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการสำรวจที่ดินที่จะดำเนินการเวนคืนภายใน 60 วัน โดยก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม.ได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินในการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน และค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในโครงการนี้ไว้แล้วในกรอบวงเงิน 3,570.29 ล้านบาท โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้ รฟท.ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอสาระสำคัญในการเวนคืนที่ดินในโครงการนี้ รฟท.ได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาในการทำสำรวจความคิดเห็นและประเมินว่าจะเวนคืนที่ดินในพื้นที่ 850 ไร่ และสิ่งปลูกสร้างประมาณ 245 หลัง โดยทั้งหมดอยู่ในท้องที่แขวงคลองสามประเวศ แขวงลาดกระบังเขตลาดกระบัง กรุงทพมหานคร ตำบลราชาเทวะ ตำบลหนองปรือ อำกอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการตำบลบางเตย ตำบลวังตะเคียน ตำบลทำไข่ ตำบลบางขวัญ ตำบลบ้านใหม่ ตำบลบางไผ่ อำเภอมืองฉะเชิงเทรา
จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำบลบ้านสวน ตำบลหนองข้งดอก ตำบลหัวยกะปี อำเภอเมืองชลบุรี ตำบลบางพระตำบสสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา ตำบลนาเกลือตำบลหนองปรือ ตำบลห้วยใหญ่ อำนภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียนตำบลบางเสร่ ตำบลพลูตาหลวง อำภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และตำบลสำนักท้อน ตำบลพลา อำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าวเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจเพื่อให้ทราบช้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการไม่เกิน 4 ปีเพื่อให้โครงการก่อสร้างได้ตามระยะเวลาที่กำหนด








