วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

จับตา'กำไรบจ.' กดดันดัชนีหุ้นไทย

สัปดาห์นี้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เช่นเดียวกับเงินหยวนของจีน

ช่วงนี้ความผันผวนของตลาดการเงินมาจากข้อขัดแย้งการค้าสหรัฐฯกับจีนที่ลดลง จากการเจรจาที่ค่อนข้างราบรื่นกว่าหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ยังต้องจับตาแนวโน้มในช่วง2เดือนสุดท้ายของปีว่าจะสามารถมีข้อตกลงในทางบวกได้หรือไม่ อีกทั้งนักลงทุนจับตาเรื่องBrexitมากขึ้น เนื่องจากใกล้กำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ต.ค.นี้แต่ยังไม่มีข้อยุติใดๆ

ในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า “ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย”คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ30.00-30.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดสัปดาห์หน้าในวันที่ 29-30 ต.ค.มีแนวโน้มสูงที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25%

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ ( 25ต.ค.) ปิดการซื้อขายที่ 1,593.28 จุด ลดลง 27.69 จุด หรือ 1.71% มีมูลค่าการซื้อขาย 76,698.83 ล้านบาท "บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)" ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าประเมินว่าดัชนีฯมีโอกาสถูกแรงกดดันต่อเนื่อง จากการทยอยประกาศงบของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 3 ปี 2562 โดยมีหุ้นตัวใหญ่ที่เตรียมประกาศออกมาในช่วงสัปดาห์หน้า อาทิ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ทั้งนี้ให้กรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,590-1,640 จุด

ด้านความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอยู่ที่ 1,504.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 21,500 บาทต่อบาททองคำ  "วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล"  ระบุว่า เบื้องต้นเมื่อราคาทองคำขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้าน 1,506-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากราคาทองคําทดสอบหลายครั้งแล้วยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งบางส่วน ในลักษณะทยอยทํากําไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ขณะเดียวกันหากราคามีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับสามารถเข้าซื้อเก็งกําไรระยะสั้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,493-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์