วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

‘สหรัฐ’ ยืนยันครั้งแรก ‘ติดตั้งอาวุธในวงโคจร’ ประกาศศักดากองทัพอวกาศ

สหรัฐ ยืนยันครั้งแรก "ติดตั้งอาวุธในวงโคจร" ประกาศศักดากองทัพอวกาศ ขู่ศัตรูไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะเข้ามาแทรกแซงระบบอวกาศของสหรัฐ

สหรัฐเปิดเผยเป็นครั้งแรกในวันจันทร์ (14 ก.ย.) ว่า กองทัพอวกาศได้ส่งอาวุธขึ้นสู่วงโคจรแล้ว

ทรอย ไมน์ก เลขาธิการกองทัพอากาศสหรัฐ กล่าวในงานประชุมไซเบอร์ทางอากาศและอวกาศ (Air and Space Cyber Conference) ว่า สหรัฐมีอาวุธควบคุมอวกาศในวงโคจร และกล่าวถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงกองทัพอากาศและกองทัพอวกาศให้ทันสมัยเพื่อรับมือกับความก้าวหน้าของฝ่ายตรงข้ามทั้งด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการใช้อาวุธแบบอัตโนมัติที่เพิ่มมากขึ้น

ไมน์กยังได้อธิบายถึงสถานการณ์ภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นที่สหรัฐกำลังเผชิญอยู่ด้วย โดยระบุว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ และชี้ว่า สหรัฐจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการรบให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและด้วยต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งรวมถึงการนำระบบอัตโนมัติและอาวุธที่มีราคาประหยัดมาใช้

“เราจะเพิ่มขีดความสามารถในการรบอย่างมหาศาลด้วยการนำระบบที่มีความเป็นอัตโนมัติสูงจำนวนมากเข้ามาประจำการ” ไมน์กกล่าว “ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ กองทัพอากาศจะมีโฉมหน้าที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงภายในปี 2032”

การเปิดเผยของไมน์กเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลต่างๆ กำลังประเมินอีกครั้งว่าพวกเขาต้องการอาวุธและระบบป้องกันอะไรบ้างเพื่อปกป้องตนเองจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการโจมตีแบบผสมผสาน โดยเฉพาะการสู้รบในยูเครนได้แสดงให้เห็นว่า สงครามกำลังมุ่งไปสู่ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และโดรนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกองทัพอากาศระบุว่า ไมน์กไม่ได้บอกรายละเอียดว่ามีการติดตั้งอาวุธประเภทใดในอวกาศ หรือติดตั้งเมื่อใด

‘อวกาศ’ อีกจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐ

จูเลียนา ซูสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในอวกาศจากสถาบันกิจการระหว่างประเทศและความมั่นคงแห่งเยอรมนี (German Institute of International and Security Affairs) กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า “การไม่เปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นเกี่ยวข้องด้านยุทธศาสตร์”

ซูสส์คาดว่า ขีดความสามารถของอาวุธดังกล่าวอาจมีตั้งแต่การรบกวนที่สามารถแก้ไขหรือยกเลิกผลกระทบได้ เช่น การรบกวนสัญญาณ ไปจนถึงผลกระทบทางกายภาพที่สร้างความเสียหายอย่างถาวร

“นี่อาจเป็นอะไรก็ได้ สิ่งที่เราทราบอย่างเดียวคือ มันตั้งอยู่ในอวกาศ นี่คงไม่ใช่ขีปนาวุธที่อยู่บนโลกที่สามารถยิงดาวเทียมในวงโคจรได้”

อย่างไรก็ตาม ซูสส์ย้ำว่า การยอมรับของไมน์กก็มีความสำคัญเพราะถือเป็นการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขีดความสามารถของอาวุธในวงโคจรของสหรัฐ และเสริมว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการพัฒนาและทดสอบพื้นที่ตอบโต้ของสหรัฐ จีน และรัสเซีย อยู่หลายปี

สำหรับรัสเซียและจีน ซูสส์คาดว่าพวกเขาสามารถตอบโต้สหรัฐด้วยการแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านอวกาศของตนเอง เหมือนที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ แต่คิดหวังว่าการตอบสนองในทันทีอาจเริ่มต้นด้วยการทูต โดยกล่าวหาว่าสหรัฐกำลังเสริมกำลังทหารในอวกาศและเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้ง

“ในเมื่อสหรัฐเริ่มเปิดเผยเรื่องนี้มากขึ้น คำถามก็คือ รัฐอื่นๆ จะดำเนินรอยตามและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของตนเองมากขึ้นด้วยหรือไม่” ซูสส์ตั้งคำถาม

ประกาศศักดากองทัพอวกาศ

วิกตอเรีย แซมสัน ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการอวกาศจาก Secure World Foundation กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดสหรัฐออกมายอมรับเรื่องนี้ในเวลานี้ แต่คาดว่าอาจมีเจตนาเพื่อใช้เป็นมาตรการป้องปราม ให้ฝ่ายตรงข้ามไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะเข้ามาแทรกแซงระบบอวกาศของสหรัฐ

"ฉันยังเชื่อว่ามันมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอกย้ำสถานะของกองทัพอวกาศในฐานะเหล่าทัพที่มีขีดความสามารถในการทำสงครามโดยตรง แทนที่จะเป็นเพียงเหล่าทัพที่ทำหน้าที่สนับสนุนเหล่าทัพอื่น ๆ โดยภาพรวมแล้ว ถือเป็นถ้อยแถลงจากสหรัฐที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพ” แซมสันกล่าว