วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การค้าโลกกดดันศก.สหรัฐ บีบดอลลาร์อ่อน-บาทแข็ง

สัปดาห์นี้ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าหรือ 30.44-30.69 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 30.44 บาทต่อดอลลาร์เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบสัปดาห์

หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาปรับตัวแย่ลง เนื่องจากผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐที่ขัดแย้งกับหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการค้าสหรัฐกับจีนที่ยังไม่มีแนวโน้มจะยุติ รวมทั้งปัญหาการค้าสหรัฐฯกับ EU ที่พร้อมจะรุนแรงมากขึ้นเช่นกันส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้

สำหรับในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.30-30.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเด็นเรื่องปัญหาการค้าสหรัฐกับจีนเป็นปัจจัยหลักที่ต้องจับตาเนื่องจากคาดว่าจะมีการเจรจาระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนก.ย.ที่จะออกมาในวันศุกร์ที่ 4 ต.ค.นี้

ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (4 ต.ค.2562) ปิดการซื้อขายที่ 1,605.96 จุด ลดลง -4.73 จุด หรือ -0.29% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 37,793.81 ล้านบาท ขณะที่ด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าประเมินว่าดัชนีฯน่าจะแกว่งตัวในกรอบ โดยมีปัจจัยสำคัญในต่างประเทศที่ต้องจับตามองคือการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ซึ่งหากคืบหน้าไปได้ด้วยดีก็อาจเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศคาดว่าจะมีการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของกลุ่มแบงก์ในงวดไตรมาส 3 ปี 2562 ทั้งนี้ให้กรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,584-1,630 จุด

ด้านความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอยู่ที่ 1,507.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 21,750 บาทต่อบาททองคำ ด้านวายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ระบุว่าแนะนำให้นักลงทุนเน้นการซื้อขายระยะสั้น โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,500-1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์และสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้อาจใช้เป็นจุดเข้าซื้อ โดยนักลงทุนที่ถือทองคำไว้อาจหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,520-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้านนักลงทุนอาจต้องระวังแรงขายที่เพิ่มขึ้น