ประมาณการ 3Q62: กำไรแผ่ว แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังจัดการได้
Event
ประมาณการ 3Q62
คาดว่ากำไรสุทธิรวมใน 3Q62F จะลดลง 3.5% YoY และงวด 9M62F จะลดลง 3.7%
เราคาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะลดลงจากเหตุผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร โดยค่าธรรมเนียมธุรกรรม และค่าธรรมเนียมประกัน (bancassurance) ที่ลดลงจะฉุดกำไรของ KBANK ในขณะที่ค่ารรมเนียมบรรษัท (corporate banking) ที่ลดลงจะฉุดกำไร SCB, รายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงหลาย ๆ รายการฉุดกำไรของ BBL, KTB และ TISCO นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรของ KTB จะลดลงอย่างมาก (เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษจากผลประโยชน์พนักงานเกษียณอายุ) และคาดว่ากำไรของ TMB ก็จะลดลงมาก (เนื่องจาก bancassurance ลดลงอย่างมาก) อย่างไรก็ตาม มีเพียง TCAP เท่านั้นที่รายได้จะเพิ่มขึ้นจากทั้ง NII และ non-NII (จากกำไรจากการค้าหลักทรัพย์ และการขายสินทรัพย์ที่ยึดมา)
ค่าธรรมเนียม bancassurance ที่ลดลงกระทบกับ KBANK, SCB และ TMB
เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงจะส่งผลกระทบกับบริษัทประกันในเครือของ KBANK มากที่สุด เพราะธนาคารเก็บเบี้ยประกันได้น้อยลง และมีค่าใช้จ่ายในการสำรองประกันชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนผลกระทบกับ SCB จะต่ำกว่าเพราะธนาคารไม่ได้รวม SCBLife เข้ามาอยู่ในงบดุลของธนาคารแล้วใน 3Q62 (ธนาคารขาย SCBLife ออกไปโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน) แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าค่าธรรมเนียม bancassurance ของ TMB จะเริ่มลดลงจากการแบ่งรายได้กับ FWD ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียม bancassurance ของ TMB ประกอบด้วย 1.) ค่า access (333 ล้านบาท/ไตรมาส) 2.) ค่า commission 3.)ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
คุณภาพสินทรัพย์ – ธนาคารพยายามรักษาสมดุลของการตั้งสำรองฯ แม้ว่า NPL เกิดใหม่จะสูง
เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอลงสามไตรมาสติดต่อกันแล้วเป็นสิ่งบ่งบอกว่า NPL เกิดใหม่ยังคงสูงต่อเนื่องใน 3Q62 ดังนั้น การ write-off NPL จึงจะยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการปลด NPL ออกจากงบดุล ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับใน 1H62 นอกจากนี้ เราใช้สมมติฐานว่า credit cost ของธนาคารใหญ่-กลาง จะอยู่ระดับเดิม แต่ credit cost ของ TCAP และ KKP จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีผลขาดทุนจากรถที่ยึดมาเพิ่มขึ้น ในขณะที่คาดว่า TISCO จะยังคงนำสำรองส่วนเกินมาใช้เป็น credit cost ในระดับต่ำ
คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี เอาไว้เท่าเดิม
เราคิดว่าการลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR และ MRR ลง 25bpsใน 3Q62 จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการใน 3Q62 เล็กน้อย เนื่องจากสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยอิงกับ MOR คิดเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของพอร์ตสินเชื่อเท่านั้น ในขณะที่สินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยอิงกับ MRR คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20-25% ดังนั้น เราจึงมองว่า NIM น่าจะลดลงแค่ไม่ถึง 5bps สำหรับกรณี inverted yield curve เราคิดว่าจะทำให้ธนาคารหลายแห่งมีกำไรจากการลงทุนซึ่งจะไปช่วยรักษาสมดุลของการตั้งสำรอง และผลประกอบการ
Risks
NPL และสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง, opex เร่งตัวขึ้น.
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-Bank Sector (17 ก.ย. 62)
-Non-Bank Sector - Underweight
-Non-Bank Sector (30 ก.ค.62)








