Non-Bank Sector (30 ก.ค.62)

Non-Bank Sector (30 ก.ค.62)
30 กรกฎาคม 2562 | โดย บล.เคจีไอฯ
812

ราคาหุ้นเหลืออัพไซด์อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

Event

ประมาณการ 2Q62F

lmpact

MTC – คาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q62 จะอยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท (+4% QoQ และ +51%), 1H62 จะอยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+18%)

เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q62 จะทรงตัว QoQ เนื่องจากเราได้ปรับลดสมมติฐาน yield สินเชื่อลง โดยเราคาดว่าสินเชื่อจะโตในอัตราที่ชะลอลงที่ 29% YoY ใน 2Q62 (จาก +33% YoY ใน 1Q62) และคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะทรงตัวอยู่ที่เดิม ส่งผลให้ spread ของสินเชื่อลดลงประมาณ 70bps QoQ และ 250bps YoY ในทำนองเดียวกัน เราคาดว่า NPL และการตั้งสำรองก็จะเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล SAWAD - คาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q62 จะอยู่ที่ 818 ล้านบาท (-3% QoQ และ +35%), 1H62 จะอยู่ที่ 1.6
พันล้านบาท (+42%) เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q62 จะลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 35% YoY โดยกำไรที่ลดลง QoQ สะท้อนถึงการที่บริษัทตั้งสำรองต่ำเกินไปใน 1Q62 ในขณะที่กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก YoY สะท้อนถึงการที่สินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 30% YoY แต่หากไม่รวมการตั้งสำรอง เราคาดว่า PPOP จะเพิ่มขึ้น 5% QoQ และ 41% YoY ทั้งนี้ จากการที่อุปสงค์สินเชื่อสูงตามฤดูกาล และ NPL เกิดใหม่ก็สูง เราจึงคาดว่าธนาคารจะต้องกันสำรองเพิ่มหลังจากที่ตั้งสำรองไว้ต่ำเกินไปในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา

MTC และ SAWAD ยังเผชิญแรงกดดันจาก yield สินเชื่อ

ตามกฎของ ธปท. ธุรกิจ non-bank ถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยเป็น EIR ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีใหม่ทำให้ yield สินเชื่อลดลงอย่างมากใน 1Q62 โดยเฉพาะของ MTC ซึ่งหดตัวลงถึงประมาณ 90-100bps QoQ ในขณะที่ผลกระทบต่อ SAWAD มีทั้งสองด้าน เพราะมีผลกระทบจากการที่ไม่สามารถโอนพอร์ตสินเชื่อที่อยู่ภายใต้ BFIT ได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุน เราคาดว่า yield ที่ลดลงประมาณ 100bps QOQ จะลดลงอีกประมาณ 100 bps QoQ ใน 2Q19 ในขณะที่คาดว่า yield สินเชื่อจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H62 หลังจากที่ BFIT เพิ่มทุนสำเร็จ

สำรองที่ต่ำเกินไปจะกดดันให้ SAWAD ต้องกันสำรองเพิ่ม หุ้นกลุ่มนี้เราชอบ KTC เพียงตัวเดียวเราคาดว่าทั้ง MTC และ SAWAD จะต้องกันสำรองเพิ่มอีก โดยเฉพาะ SAWAD ซึ่งที่ผ่านมา credit cost ต่ำมาก ๆ ในขณะที่ NPL ก็เพิ่มขึ้น และมีสำรองเผื่อรองรับหนี้เสียอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ เนื่องจากมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ใกล้จะมีผลบังคับใช้แล้ว เราจึงเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการกันสำรองของ SAWAD และ MTC ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำถือทั้ง MTC และ SAWAD แต่ยังคงคำแนะนำซื้อ KTC เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าใน 2H62 แถมยังมีสำรองทั่วไปก้อนโตซึ่งสามารถปลดออกมาเป็นรายได้และปันผลพิเศษให้ผู้ถือหุ้นได้อีก ในขณะที่ ROE ก็สูงกว่าด้วย

Risks

NPL เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงที่จะต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น, มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการภายใต้กฎหมายใหม่ที่ออกมาคุมธุรกิจ non-bank, การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: