วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Bank Sector (17 ก.ย. 62)

แบงก์มี upside จากเกณฑ์ใหม่ IFRS9

Event

BoT จัดประชุมเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ TFRS9

lmpact

เกณฑ์ TFRS9 ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2563

ก่อนที่เกณฑ์ใหม่ TFRS9 จะมีผลบังคับใช้ในปี 2563 ธปท. ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่นี้ ซึ่งได้แก่ 1.) สถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์, ธนาคารต่างประเทศ, บริษัทเงินทุน (finco) ถูกกำหนดให้กันเงินกองทุน Tier 1 ขึ้นอีก 1% ของ สินทรัพย์เสี่ยงถ่วงน้ำหนัก (ซึ่งรวมยอดสินเชื่อคงค้างในปัจจุบัน, สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SML), และรายการนอกงบดุล) 2.) ธปท.อนุญาตให้สถาบันการเงินใช้สำรองส่วนเกินเป็นเงินกองทุนขั้นที่สอง (Tier II) ได้ไม่เกิน 1.25% RWA 3.) สถาบันการเงินต้องรับรู้เงินสำรองส่วนเกินออกมาเป็นรายได้ที่สุทธิจากค่าใช้จ่ายสำรองใหม่ผ่านงบกำไรขาดทุน ภายในห้าปี

ธนาคารพาณชิน์ที่จดทะเบียนในตลาดทุกแห่งมีสำรองเกินกว่าข้อกำหนดข้างต้นอย่างมาก

การเพิ่มเงินทุกสำรอง CET1 อีก 1% หมายถึงเงินกองทุนขั้นที่ 1 ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ (minใcommon equity Tier 1 หรือCET 1) จะเพิ่มเป็น 9.5% +1%= 10.5% และ CAR จะอยู่ที่ 13% ในปีหน้า ดังนั้น ธนาคารไหนที่มี CET1 เกินเกณฑ์ใหม่อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องพิ่มเงินกองทุน แต่ธนาคารไหนที่ CET1 ต่ำกว่าเกณฑ์ใหม่ก็ต้องจัดหาเงินกองทุนให้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำใหม่ภายในสามปี ซึ่งเราพบว่าธนาคารพาณิชย์ทีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกแห่งมี CET1 อยู่ที่ประมาณ 13-16% (figure 1,2) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. อย่างมากทำให้ไม่ต้องมีภาระกันเงินกองทุนเพิ่ม

การปล่อยสำรองส่วนเกินออกมาบันทึกเป็นรายได้ เป็นเรื่องที่ประมาณการได้ยาก

ถึงแม้ว่าธนาคารส่วนใหญ่จะมีสำรองส่วนเกินจำนวนมาก แต่ธนาคารก็ไม่อยากรับรู้ออกมาเป็นรายได้บนงบกำไรขาดทุน เพราะต้องเก็บไว้เป็นสำรองพิเศษของการด้อยค่าสินเชื่อภายเศรฐกิจชะลอตัวในอนาคต ทั้งนี้ เนื่องจากเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ในปัจจุบันที่แบ่งออกเป็น 5 ระดับและการตั้งสำรองฯถูก กำหนดโดยธปท.เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ในหนี้ในแต่ละชั้น (figure 3) แต่ภายใต้เกณฑ์ใหม่การจัดชั้นจะลดลงเหลือ 3 ระดับ (1. หนี้ปกติ 2. หนี้ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 3. และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (nonperforming loan) การตั้งสำรองจะไม่กำหนดเปอร์เซนต์คงที่โดยเฉพาะหนี้ในชั้นที่ 2 ที่ตั้งสำรองฯจะใช้ดุลยพินิจของข้องสถิติการประเมินสูญเสีญตลอดอายุหนี้แทน ทำให้ธนาคารจัดปันสำรองส่วนเกินเพื่อ
หนี้ชัดนี้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงรับรู้เป็นรายได้ผ่านงบกำไรขาดทุน 5 ปี

Valuation & Action

การชี้แจงของธปท. เป็นบวกกับกลุ่มธนาคารเพราะทำให้ทราบกรอบเวลา และวิธีการบันทึกบัญชีสำรองส่วนเกินที่ชัดเจน เราคิดว่าจะต้องมีสำรองส่วนเกินที่ถูกปลดออกมาเป็นรายได้ผ่านงบ P/L ไม่มากก็น้อยเพื่อให้มั่นใจว่า credit cost ในปีหน้าจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากเกินไป ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคารต่างๆ มีเงินกองทุนแข็งแกร่ง เราคงแนะนำ

Risks

เศรษฐกิจที่ชะลอทำให้เกิด NPL เกิดใหม่ และต้องกันสำรองหนี้เสียเพิ่ม, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง.