วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนไปไม่ไกล

SET Index เมื่อวันศุกร์ปรับตัวลง โดยมีปัจจัยกดดันจากกองทุน GIC ของสิงคโปร์มีการขาย Big Lot ในหุ้น LH มูลค่าการซื้อขายกว่า 9.1 พันลบ.

โดยกลุ่ม Big Cap. ที่กดดันตลาด ได้แก่ ADVANC, KBANKและ LH ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,667.23 จุด (-5.10 จุด) Volume 4.9 หมื่นลบ. จาก Foreign -3,112.48 ลบ. TFEX Net -4,917 สัญญา ตลาดตราสารหนี้ +2,160 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+บทวิเคราะห์มอร์แกนสแตนลีย์คาด FED ลดดบ.ใกล้ 0% หากเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย คาด FED คงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.

+FedWatch บ่งชี้ว่านลท.คาดว่ามีโอกาส 79% ที่เฟดจะลดอัตราดบ.เร็วสุดในเดือนก.ค. 90% คาดว่าเฟดจะลดอัตราดบ.ในเดือนก.ย. และ 97% คาดว่าเฟดจะลดอัตราดบ.อีกครั้งในเดือนธ.ค.

+เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาวะธุรกิจในเดือนมิ.ย.ดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ -8.6 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว สนับสนุนคาดการณ์ FED ลดดบ.

+Fund Flow ต่างชาติมีสถานะซื้อ YTD 1.07 หมื่นลบ. ค่าเงินบาท 31.35 บาท/US

-ราคาน้ำมันดิบ WTI -58 เซนต์ -1.1% ปิด $51.93 ต่อบาร์เรล กังวลอุปสงค์พลังงานชะลอตัวจากศก.โลกชะลอตัวและผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

-ดาวโจนส์ +22.92 จุด +0.09% ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นลท.จับตาการประชุม FED คาดจะส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี

-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐในเดือนมิ.ย.ลดลงจากเดือนพ.ค.และเดือนมิ.ย. 61 เนื่องจากค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นและขาดแคลนแรงงานทักษะ

-ก.การท่องเที่ยวฯรายงานในช่วง 4M62 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยขยายตัวแค่ 1.8% จากปกติโตราว 8-10%

*จับตา 18-19 ประชุม FED 19 มิ.ย. ประชุมกนง. 20 มิ.ย. ประชุม BOJ, BoE

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนบวก-ลบไม่มาก รอความชัดเจนของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,661-1,674 จุด

หุ้นเข้าคำนวณดัชนี FTSE ที่น่าสนใจ : OSP, NER, PR9 มีผล 21 มิ.ย.TFFIF, EGATIF, COM7 จะเข้าคำนวณดัชนี FTSE SET Mid Cap Index มีผลวันที่ 24 มิ.ย.

หุ้น Defensive : กลุ่มค้าปลีก (CPALL MAKRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, SPA) กลุ่มโรงพยาบาล (BCH)

หุ้นน่าลงทุน Theme EEC play : AMATA, WHA, WHAUP, WHART, EASTW, ATP30, ORI

หุ้นติดโผ SET50 : SAWAD, OSP, VGI   หุ้นติดโผ SET100 : OSP, VGI, JAS, JMT, ITD, THG, BA, S (ที่มา ข่าวหุ้น)

หุ้นรายงานพิเศษ

LH (ราคาปิด 10.90 บาท ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 12.13)

วานนี้มีรายการ big lot ขายหุ้นรวม 837 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 10.83 บาทคิดเป็นมูลค่า 9,065.5 ล้านบาท คาดจะเป็นการขายโดยกองทุน GIC Private Limited ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 สัดส่วนถือหุ้น 7%  หลังเข้าถือหุ้น LH ตั้งแต่ปี 2542 ต้นทุน 1.4 บาท (ที่มา ข่าวหุ้น-ทันหุ้น)

ความเห็น ราคาปิดล่าสุด +10.1%YTD ซื้อขายที่ PE 13.2 เท่า (ต่ำกว่าในอดีตที่เคยสูงถึง 18 เท่า) และต่ำกว่า PE กลุ่มที่ระดับ 14.6 เท่า งวด 1Q62 มีกำไรสุทธิ 1,826 ลบ. -20%QoQ -26%YoY (งวด 4Q61 และ 1Q61 มีรายการพิเศษที่เป็นบวก) ปลายมี.ค. 62 มี backlog ที่รอรับรู้เป็นรายได้จำนวน 9,547 ล้านบาท ราว 56% มีกำหนดโอนภายในปลายปีนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 62 เฉลี่ย 9,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากกำไรปกติ 9,389 ล้านบาทในปี 61 ที่ไม่รวมรายการพิเศษ การถือหุ้นระยะยาวได้รับเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง yield สูงน่าสนใจ IAA Consensus คาด yield เฉลี่ยสำหรับปี 62 ราว 6.5% ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวจากการมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำที่ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขาย และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดตั้งกอง REIT ปัจจุบันถือหุ้นใน QH, HMPRO, Q-CON และ LHFG ซึ่ง listed ในตลท.คิดเป็น NAV หุ้นละ 7.2 บาท ส่วน  LHPF2 เป็น non-listed

หุ้นมีข่าว   

·         THG (ราคาปิด 28.00 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 31.25) ผลงานครึ่งปีหลังโตแรง เปิดโรงพยาบาลใหม่ทุ่งสง-บูรณา หนุน บวกโครงการ Jin Wellbeing กระแสดี ยอดจองพุ่งกว่า 200 ยูนิต ปัจจุบันโอนกรรมสิทธิ์กว่า 65 ยูนิต ตั้งเป้ายอดโอนปีนี้ไม่น้อยกว่า 200 ยูนิต ดันรายได้รวมเข้าเป้าโต 20% (ที่มา : ทันหุ้น)

·         COL (ราคาปิด 23.10 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 30.33) ส่งซิก Q2/2562 ฟอร์มสวยกว่า Q1/2562 โดยเฉพาะ B2S ปรับตัวดีขึ้น คาดยอดขายโต 10% ส่วนยอดขายรวม ผบห.มองปีนี้โตเพียง 6-7% จากปีก่อน เหตุย้ายคลังใหม่ลูกค้าวูบ แถมควักงบ 400-500 ล้านบาท ปรับปรุง-ผุดสาขาใหม่ทั่วไทย จ่อเปิดบริการใหม่ "Market Pace" รับทรัพย์ช่วง Q4/2562 (ที่มา : ทันหุ้น)

·         + PTTEP (ราคาปิด 127.00 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 148.30) ประกาศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดในบริษัท พาร์เท็กซ์ โฮลดิ้ง บี.วี. มูลค่า 622 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ได้เข้าไปลงทุนในโครงการผลิตน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโอมาน เพื่อเป็นการขยายฐานการเติบโตในตะวันออกกลางตามแผนกลยุทธ์เชิงรุก คาดดีลการซื้อจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ (ที่มา : ทันหุ้น)

·         ประเด็นลบ PTTEP : กลุ่มเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลของอินโดนีเซียได้รวมตัวกันฟ้อง PTTEP โดยเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (137 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่เกิดจากน้ำมันรั่วไหลสู่ทะเลติมอร์เป็นเวลา 74 วันหลังเหตุระเบิดที่แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติบริเวณแหล่งมอนทาราของ PTTEP นอกชายฝั่งออสเตรเลียในเดือนส.ค.2552 (ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

·         EA (ราคาปิด 53.00 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 65.21) แย้มผลงานไตรมาส 2/2562 เติบโตต่อเนื่อง ทั้งปีมั่นใจผลงานทำนิวไฮ รับรู้ไฟฟ้า 664 เมกะวัตต์ เดินหน้าสร้างโรงงานแบตเตอร์รีเฟส 1 คาดแล้วเสร็จปลายปีนี้-ต้นปี 2563 จ่อคลอดหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท ด้านทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิต "A" หนุนต้นทุนการเงินลดลง (ที่มา : ทันหุ้น)

·         SABINA (ราคาปิด 25.50 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 37.25)รับอานิสงส์สงครามการค้าดึงต้นทุนจ้างผลิตต่ำ ดันกำไรขั้นต้นปีนี้ขยับ 1-3% วางเป้า 2 ปีเพิ่มสัดส่วนจ้างผลิตจาก 30% ผลิตเอง 70% เป็น 50:50 เพิ่มงบการตลาดกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และเพิ่มยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (ที่มา : ทันหุ้น)

·         AEONTS (ราคาปิด 226.00 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 218.70)เตรียมประกาศงบไตรมาส 1 กรกฎาคมนี้ ชี้สินเชื่อปีนี้โตแรง หลังเศรษฐกิจซบทำเงินขาดมือมั่นใจคุม NPL ได้ เหตุรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ เป้าสินเชื่อใหม่โต 5% ยอดคงค้างโต 8% เร่งกระตุ้นยอด ขณะที่รายได้ต่างประเทศโต 40-70% (ที่มา : ทันหุ้น)

·         RS (ราคาปิด 17.40 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 20.67)ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทุ่มงบกว่า 100 ล้าน จัดแคมเปญ "Mid Year Super Sale" ระหว่างวันที่ 17-28 มิ.ย.นี้ คาดโกยยอดขายกว่า 300 ล้านบาท พร้อมลุ้นยอดขายธุรกิจ MPC ไตรมาส 2 พุ่ง ทำสถิตินิวไฮมั่นใจเพิ่มฐานลูกค้าทะลุ 1.5 ล้านบาท (ที่มา : ทันหุ้น)

·         TFG (ราคาปิด 3.90 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 3.95)ทุ่มงบ 280.56 ลบ. ซื้อกิจการ"เอฟบีซี"ผู้ผลิตซอส-เครื่องปรุงรส หนุนเพิ่มศักยภาพแข่งขัน-ขยายฐานลูกค้า (ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์)