สงครามการค้าส่งผลให้ตลาดอยู่ในภาวะสับสน และเงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าเพิ่มขึ้น
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.52 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ โดยมีเรื่อง Brexit และสงครามการค้าเป็นแรงกดดันหลัก
ล่าสุด สภาอังกฤษลงมติ “สนับสนุน” ให้นายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ กลับไปเจรจากับสหภาพยุโรป เรื่องการถอนตัวของอังกฤษ (Brexit) กับยุโรปอีกครั้งส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงทันที เนื่องจากตลาดเชื่อว่าฝั่งยุโรปจะไม่ยอมเปิดโต๊ะเจรจากับอังกฤษ และในท้ายที่สุดอาจส่งผลให้อังกฤษต้องออกจากสาภาพยุโรป หลังจบไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งจะสร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจอังกฤษ ยุโรป และทั่วโลก
ขณะเดียวกัน แม้ฝั่งสหรัฐและจีนจะมีการเจรจาการค้ากันอยู่ แต่การที่ทางการสหรัฐประกาศว่าบริษัทในธุรกิจสื่อสารรายใหญ่ของจีน Huawei ละเมิดกฏหมายสหรัฐ ก็ส่งผลให้ตลาดเชื่อว่าการเจรจาดังกล่าว จะไม่สามารถนำไปสู่บทสรุปที่ดีขึ้นได้
ความกังวลส่งผลให้ตลาดอยู่ในภาวะสับสน บอนด์ยิลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงมาที่ระดับ 2.71% ขณะที่หุ้นสหรัฐ นำโดยดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.15% ทั้งที่ราคาน้ำมันเบรนท์จะปรับตัวขึ้น 2.3%
ในส่วนของค่าเงินบาท สัปดาห์นี้เห้นได้ชัดว่าปรับตัวแข็งค่ากับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เน้นว่าตลาดยังเชื่อมั่นในมูลค่าของค่าเงินบาทอยู่ ขณะที่ระหว่างวันจะเคลื่อนไหวไม่มาก เพราะมีทั้งแรงซื้อของผู้นำเข้า และแรงขายของผู้ส่งออกเป็นกรอบอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่าง
ช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เราเชื่อว่าตลาดจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่าเงินบาทแข็งค่าได้ เมื่อจบการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ และตัวเลขการว่างงานในสหรัฐดีตามคาดในคืนวันศุกร์
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 31.42-31.52 บาทต่อดอลลาร์









