วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (1 ต.ค.61)

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี จากความกังวลต่อปริมาณน้ำมันดิบที่หายไปของอิหร่าน

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 4 พ.ย. 61 และคาดว่าจะทำให้การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านปรับตัวลดลง ถึงแม้ว่าผู้ผลิตน้ำมันดิบหลักรายอื่นๆ จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตก็ตาม

-/+ ซาอุดิอาระเบียคาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่หายไปจากอิหร่าน โดยซาอุดิอาระเบียรวมทั้งประเทศในกลุ่มและนอกกลุ่มโอเปคคาดว่าจะตกลงที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 500,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าการปรับเพิ่มการผลิตครั้งนี้ ก็ยังไม่สามารถชดเชยกำลังการผลิตของอิหร่านที่หายไปที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ซาอุดิอาระเบียมีความกังวลต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ Shale ของสหรัฐฯ ที่จะปรับตัวเพิ่มมากขึ้นในปี 2562 ซึ่งจะก่อให้เกิดปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้าค่าเงินสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่เกิดการชะลอตัวลง ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบปรับตัวลดลงตาม

-/+ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในเดือน ก.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยปรับขึ้น 269,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 10.964 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ ณ วันที่ 28 ก.ค. ปรับตัวลดลง 3 แท่น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการน้ำมันเบนซินในสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น และทำให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ปรับตัวลดลงในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังทั้งในยุโรปและสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อุปสงค์น้ำมันดีเซลในภูมิภาคก็ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 70-75 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 81-86 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศอิหร่านมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรในเดือน พ.ค. 61 ที่ผ่านมา
  • ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลายังคงปรับลดลงต่อเนื่อง หลังท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบหลักของเวเนซุเอลายังคงปิดดำเนินการอยู่
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นและคาดจะส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันของโลกอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

-----------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

         โทร.02-797-2999