วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

THCOM - ซื้อ

สัญญาณบวก—รายได้ทรงตัวและ EBITDA เพิ่มขึ้น QoQ

สูงกว่าคาด

THCOM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/61 ที่ 251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 87% QoQ หากไม่รวมกำไรจากการขายหุ้น CSL ซึ่งบันทึกเพียงครั้งเดียว 1.9 พันล้านบาทในไตรมาส 1/61 และรายการอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 177 ล้านบาท ลดลง 9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 624% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักสูงกว่าคาด 259% และ 255% ตามลำดับ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาดอย่างมาก รายได้ กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นถือว่าเป็นไปตามคาด EBITDA ในไตรมาสนี้ลดลง 18% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ ซึ่งส่งสัญญาณของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างแข็งแกร่ง)

ประเด็นหลักผลประกอบการ

กำไรหลักที่ปรับตัวลดลง YoY เนื่องมาจากรายได้ดาวเทียมแบบดั้งเดิมและดาวเทียมไอพีสตาร์ รวมถึงรายได้อื่นๆ ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งกลบผลกระทบของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง และค่าเสื่อมราคาที่ลดลงเนื่องจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ในไตรมาส 4/60 (ซึ่งในไตรมาส 4/60 THCOM ได้ทำการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 3.2 พันล้านบาทสำหรับดาวเทียมซึ่งเกิดขึ้นจากราคาเช่าช่องสัญญาณที่ลดลง และการยกเลิกสัญญาของลูกค้า ดังนั้นจึงส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาลดลงจาก 868 ล้านบาทในปี 2560 เหลือศูนย์ในปี 2561) นอกจากนี้ในไตรมาส 2/60 รายได้อื่นๆ รวมค่าปรับจำนวน 190 ล้านบาทซึ่ง THCOM ได้รับจากเอ็นบีเอ็นออสเตรเลียจากการยกเลิกสัญญาไอพีสตาร์ก่อนกำหนด

กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ของธุรกิจดาวเทียมที่เริ่มทรงตัวมากขึ้น รายได้ธุรกิจดาวเทียมแบบดั้งเดิมในไตรมาส 2/61 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% QoQ ในขณะที่รายได้ธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์ในไตรมาส 2/61 ปรับตัวลดลงเพียงแค่ 0.3% QoQ

แนวโน้ม

เราประมาณการกำไรหลักไตรมาส 3/61 ที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 595% YoY และ 30% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน ค่าเสื่อมราคาที่ลดลง 217 ล้านบาทต่อไตรมาสซึ่งเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1/61 เป็นต้นไป (เนื่องจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ดาวเทียมที่บันทึกในไตรมาส 4/60) และรายได้ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากสัญญาใหม่ที่เซ็นกับลูกค้าสองรายในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 (คาแนล พลัส โอเวอร์ซีส์ เมียนมาร์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเพย์ทีวีรายใหญ่ของประเทศฝรั่งเศสในเดือนมี.ค. และวีอาร์ไอที ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนพ.ค.) การเซ็นสัญญาดังกล่าวน่าจะช่วยส่งผลให้รายได้กลับมาทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ เราคาด EBITDA ไตรมาส 3/61 ที่ 800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13% QoQ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 26% (ไปอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท) และปรับประมาณการกำไรหลักปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 242% (ไปอยู่ที่ 656 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับลดลง (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายการการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญซึ่งไม่ใช่รายการเงินสด) เรายังคงประมาณการ EBITDA สำหรับปี 2561 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2561 ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ

ตลาดได้รับรู้ประเด็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น (หรืออาจจะตอบสนองมากเกินไป) สำหรับ THCOM ในประเด็นเรื่องการที่ THCOM อาจไม่สามารถยิงดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นสู่วงโคจรไปแล้ว มูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ซึ่งอัตราส่วน EV/EBITDA ในปี 2561 อยู่ที่ระดับเพียงแค่ 2.3 เท่า เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรหลักรายไตรมาส QoQ ตั้งแต่ไตรมาส 1/61เป็นต้นไป ซึ่งตรงกันข้ามกับมูลค่าหุ้นที่ถูกและต่ำมากเป็นประวัติกาล