คาดกำไรปีนี้ โตชัดเจน 26%YoY รอ Catalyst ปลาย 3Q61
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผู้รับเหมาสื่อสารรายเล็กที่มีพัฒนาการมาจาก Sub-contractor : ICN เป็นผู้รับเหมางานโทรคมนาคมที่พัฒนาจากการเป็นผู้รับเหมาช่วง (Sub-Contractor) มาเป็นผู้รับเหมางานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก – กลาง (หรือมูลค่างานปัจจุบันตั้งแต่ 40 – 300 ล้านบาท) ราว 3 ปีที่ผ่านมา ให้แก่ภาครัฐเป็นหลัก อาทิ TOT CAT PEA เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนรายได้ในปัจจุบันราว 70% รายได้อีกส่วน เป็นการให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษางานโทรคมนาคม (รวมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์อะไหล่) ให้กับลูกค้าเอกชนรายใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 30% โดยงานหลักๆส่วนใหญ่จะเป็นโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นหลัก
- Backlog ปัจจุบัน ยังมีงานต่อเนื่องหลังทำเสร็จ และรายได้บริการยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง : หลังจากสิ้นงวด 1Q61 ซึ่งสามารถสร้างกำไรสุทธิเติบโตจากฐานต่ำได้กว่า 740%YoY มาอยู่ที่ 5 ล้านบาท ที่ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้รับเหมาที่เติบโตกว่า 437.5%YoY มาอยู่ที่ 261.61 ล้านบาท ICN ยังมี Backlog จากงานรับเหมาราว 580 ล้านบาท ซึ่งมาจากงานใหญ่กว่า 250 ล้านบาท คือ โครงการสัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย IP Access จาก PEA (แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 62) โดยนับเป็น Phase 1 พร้อมคาดว่าจะมี Phase 2 ต่อเนื่องในช่วงก่อนครบกำหนดอายุสัญญา ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นตัวอย่างของกลยุทธ์การเข้ารับงานที่มีงานต่อเนื่อง กล่าวคือ การเริ่ม Open-bid ที่อาจมีการแข่งขันทั้งด้าน Specification และราคา แต่เมื่อการทำงานมาถึงจุดที่ต้องมีส่วนต่อขยาย ผู้ที่เป็นเจ้าของงานใน Phase ก่อนหน้าจะได้รับงานต่อเพราะมีการใช้อุปกรณ์เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงงานซ่อมแซมบำรุงรักษาที่จะทยอยเพิ่มขึ้นในอนาคตตามพอร์ทงานรับเหมา ส่วนด้านรายได้บริการในงวด 1Q61 แม้ยังไม่เห็นการเติบโตโดดเด่น แต่เชื่อว่าระดับปัจจุบันที่ราวไตรมาสละ 90 – 110 ล้านบาท เป็นฐานที่แข็งแกร่งให้แก่บริษัทเนื่องจากลูกค้ารายหลักเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องการความมีเสถียรภาพของบริการสูง
- ICN ยังมี D/E Ratio ที่ต่ำพร้อมรอลุ้น Potential Project ในอนาคต : ส่วนช่วงที่เหลือของปี ICN ยังเป็น 1 ในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม คือ โครงการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชายขอบ (USO NET) เฟส 2 ซึ่งกำหนดจุดติดตั้งครอบคลุม 15,732 หมู่บ้าน ด้วยมูลค่าโครงการราว 86 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ กสทช.และอยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์ เชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาอีกไม่นาน เนื่องจากแผนงานดังกล่าวจำเป็นต่อแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการตั้งเป้าหมายให้มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกหมู่บ้านเป็น แผนการดำเนินงานระยะที่ 1 “Digital Foundation” ทั้งนี้ ในแง่ความสามารถในการรับงานเพิ่มเติม หากพิจารณาจากขนาดของ Backlogในอดีต ที่ราว 150 ล้านบาท ในช่วงปี 58 ซึ่งปรับขึ้นมาเป็น 670 ล้านบาท ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว พบว่าบริษัทมีอัตราส่วน D/E Ratio ที่ลดลงจาก 2.2 เท่า มาอยู่ที่ 0.96 เท่า จากการเพิ่มทุนจดทะเบียนใน 3Q60 พร้อมกับการเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI และบริษัทยังคงปลอดภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย สะท้อนโอกาสที่บริษัทจะมีฐาน Backlog เพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบันได้อีกกว่า 1 เท่าตัวในอนาคต
- งานในมือน่าจะรองรับ การเติบโตของกำไรปี 61 ที่คาด +26%YoY : ด้วย Backlog ณ สิ้นงวด 1Q61 ดังกล่าวที่ 580 ล้านบาท มีแผนที่จะรับรู้ในปีนี้ราว 90% และความสามารถในการรับงานระหว่างไตรมาส ที่สะท้อนจากงวด 1Q61 กว่า 170 ล้านบาท ยังบ่งชี้ถึงความ Active อย่างต่อเนื่องในการหางานใหม่ๆ และหากพิจารณากรอบระยะเวลาสำหรับงานในอดีตส่วนใหญ่ของ ICN ที่อยู่ในช่วง 5 – 10 เดือน (ไม่นับรวมงานใหญ่จาก PEA ที่มีระยะเวลาตลอดสัญญา 23 เดือน) จึงคาดว่างานใหม่ๆในปีนี้ของบริษัทที่จะเข้ามาเพิ่มเติมน่าจะสามารถรับรู้ได้ในปีนี้ราว 40% โดยรวมเป็นผลให้คาดว่ารายได้ส่วนงานรับเหมาของบริษัทน่าจะมีการเติบโตราว 65%YoY นอกจากนี้ โอกาสของงานใหญ่ดังกล่าว คาดจะทำให้อุตสาหกรรมกลับมามีความคึกคักมากขึ้นตั้งแต่ปลายงวด 3Q61 เป็นต้นไป และช่วยหนุนให้ Backlog ณ ต้นปี 62 เติบโตต่ออีกราว 8%YoY ด้านรายได้ส่วนบริการ (รวมรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์อะไหล่) คาดว่าน่าจะมีการเติบโตในปี 61 – 62 เฉลี่ยราว 5%YoY ตามกลยุทธ์การสะสมพอร์ทงานรับเหมาที่ต้องการบริการต่อเนื่อง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอาจมีการชะลอลงเล็กน้อยจากการรับงานขนาดใหญ่มากขึ้น คาดอยู่ที่ราว 3% ในปี 61 ชะลอตัวจากปี 60 ที่ 15.2% โดยรวมจึงคาดว่ากำไรสุทธิในปี 61 และ 62 น่าจะเติบโต 26%YoY และ 6%YoY มาอยู่ที่ 83 และ 88 ล้านบาท ตามลำดับ
- ยังต้องรอ Catalyst เริ่มต้นคำแนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” ราคาพื้นฐาน 60 บาท : ด้านการ Valuation ค่า PER ของ ICN ที่ 11.65 เท่า ยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่มีการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน อาทิ AIT ITEL (เฉพาะผู้ประกอบการที่มีกำไร) ซึ่งมี PER ที่ระหว่าง 14.5 - 47 เท่า จึงประเมินราคาเหมาะสมโดยอิง Prospective PER ที่ 14.5 เท่า ได้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 2.60 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบันที่ 11.1% แต่ขณะที่ Catalyst ที่สำคัญต่อการเติบโตในอีก 2 ปีนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนของกระบวนการประมูล USO NET เฟส 2 ดังกล่าวข้างต้นราวปลายงวด 3Q61 จึงเริ่มต้นคำแนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” พร้อมคาดหวังเงินปันผลได้อีกราว 3%
ปัจจัยสนับสนุน
- งานใหญ่จากภาครัฐช่วงปลายงวด 3Q61
- Backlog ปัจจุบันน่าจะ Secure ประมาณการไปแล้วกว่า 85%
ความเสี่ยง
- การประมูลมีความล่าช้ามากกว่าคาด
- อัตรากำไรขั้นต้นของงานรับเหมาใหม่ๆต่ำกว่าที่คาด









