เงินเฟ้อ มิ.ย.เพิ่ม1.38% พลังงานพุ่ง
สรุปสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ เดือนมิถุนายน 2561 ภาพรวม
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายน 2561 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ +1.38 (YoY) ชะลอลงจากเดือนที่แล้วที่สูงขึ้นร้อยละ +1.49 เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน โดยมีสาเหตุสำคัญจากการปรับเพิ่มขึ้นของหมวดพลังงาน (เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ร้อยละ +9.57) ในขณะที่อาหารสดหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ร้อยละ -1.75 ซึ่งเมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ร้อยละ +0.83 และเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์จึงปรับคาดการณ์ จากร้อยละ 0.7 – 1.7 เป็นร้อยละ 0.8 – 1.6
สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเดือนมิถุนายน 2561
ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2560 เพิ่มขึ้น +1.38% (YoY) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน จากการเพิ่มขึ้นของหมวดพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ +12.90 ตามการสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทและก๊าซรถยนต์ หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ +5.86 (บุหรี่ เบียร์ ไวน์ สุรา) หมวดเคหสถานสูงขึ้นร้อยละ +1.12 (ค่าเช่าบ้าน ค่ากระแสไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม) หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า สูงขึ้นร้อยละ +0.55 หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล สูงขึ้นร้อยละ +0.65 หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษาฯ สูงขึ้นร้อยละ +0.30 ขณะที่อาหารสดลดลง ร้อยละ -1.75 โดยผักและผลไม้ ลดลงร้อยละ -5.86 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาล ปริมาณผลผลิตผลไม้สดหลายชนิดออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก หมวดเนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ ลดลงร้อยละ -1.03 ไข่และผลิตภัณฑ์นม ลดลงร้อยละ -0.71 ขณะที่มีสินค้าบางรายการที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่หมวดข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ขนมอบ ขนมจีน) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม กาแฟร้อน/เย็น ชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม) อาหารบริโภค-ในบ้านและนอกบ้าน(ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง อาหารเช้า) และหมวดเครื่องประกอบอาหาร(กะทิสำเร็จรูป น้ำปลา กะปิ) และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 เงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ -0.09 (MoM) เฉลี่ยครึ่งปี 2561 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ +0.97 (AoA) และเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้นร้อยละ 0.69 (AoA)
ดัชนีราคาผู้ผลิต เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2560 สูงขึ้นร้อยละ +1.8 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามการสูงขึ้นของหมวดผลผลิตเกษตรกรรม ร้อยละ+ 0.2 หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ร้อยละ +10.9 และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร้อยละ +1.7 โดยหมวดผลผลิตเกษตรกรรม สูงขึ้นตามราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังสด หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นตามราคาสินค้าสำคัญ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร (ข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) เนื่องจากความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศมีอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ราคาวัตถุดิบปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก และกลุ่มผลิตภัณฑ์อโลหะ หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นตามราคาน้ำมันปิโตรเลียมดิบ ก๊าซธรรมชาติและแร่โลหะ ตามภาวะตลาดโลก และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 ดัชนีราคาผู้ผลิตสูงขึ้นร้อยละ +0.2 (MoM)เฉลี่ยครึ่งปี 2561 ดัชนีราคาผู้ผลิตลดลง ร้อยละ -0.5 (AoA)
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ +4.4 (YoY) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และสูงสุดในรอบ 6 ปี จากการสูงขึ้น หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นสำคัญ ร้อยละ +15.5 (เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ–ผิวข้ออ้อย เหล็กตัวซี เหล็กฉาก เหล็กตัว I เหล็กตัว H เหล็กรางน้ำ ลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง ลวดเหล็ก ท่อเหล็กดำ เหล็กแผ่นเรียบดำ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี ตะแกรงเหล็ก ตะปู โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี) หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ +1.8 (เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พื้น-คานคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ถังซีเมนต์สำเร็จรูป ชีทไพล์คอนกรีต) ตามราคาปูนซีเมนต์ และหมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ +3.6 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม ปูนซีเมนต์ขาว) และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สูงขึ้นร้อยละ +0.7 (MoM) เฉลี่ยครึ่งปี 2561 ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น ร้อยละ +3.2 (AoA)
แนวโน้มเงินเฟ้อในครึ่งปีหลัง 2561
การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อที่เข้าสู่กรอบคาดการณ์เงินเฟ้อ (ร้อยละ 0.7-1.7) แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรบางชนิด แต่เครื่องชี้วัดต่างๆ โดยรวมยังสะท้อนว่า การบริโภคและการใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและเอกชน การจ้างงาน การจัดเก็บรายได้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการหมุนเวียนของปริมาณเงินในระบบในช่วงที่ผ่านมายังอยู่ในระดับดีและเอื้อต่อการบริโภค ประกอบกับโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงกว่าเงินเฟ้อที่มาจากความต้องการ แต่คาดว่าแนวโน้มราคาพลังงานน่าจะยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในระดับที่ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนยังผันผวนในทิศทางที่อ่อนค่าลงทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในกรอบคาดการณ์เดิม เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากร้อยละ 0.7 – 1.7 เป็น 0.8 – 1.6 และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยน่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินระยะปานกลางที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ร้อยละ 2.5±1







