วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ECL - ซื้อ

Slow 1Q18 earnings

เราคาดประกอบการ 1Q18 จะยังไม่โดดเด่นนัก เพราะมีการตั้งสำรองเผื่อเกณฑ์ IFRS9 เข้ามา แต่กำไรมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในไตรมาสถัดๆไป ตามลำดับ และที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลงมาจากความกังวลเรื่องเกณฑ์คุม non-bank หรือเกณฑ์คุมสัญญาเช่าซื้อใหม่ถึงแม้เราประเมินว่าผลกระทบต่อผลประกอบการจะจำกัด แต่ตลาดขายหุ้นในกลุ่มฯ ลงมาทั้งอุตสาหกรรม เพราะมีความเสี่ยงในการปรับประมาณการกำไรลง ส่งผลให้เรามีการปรับราคาเป้าหมายของ ECL ลงเหลือ 3.80 บาท (ตามการ de-rate valuation ของกลุ่ม) ปัจจุบันหุ้นเทรดบน P/E เพียง 15 เท่า มองเป็นโอกาสในการทยอยสะสม

คาดกำไร 1Q18 ยังไม่โดดเด่นนัก จากการตั้งสำรอง IFRS9 ...

เราคาดกำไร 1Q18 ที่ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%YoY และ 23%QoQ เราคาดรายได้อยู่ที่ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63%YoY และ 15%QoQ จากสินเชื่อที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ NPL คาดยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีราว 3.3% และส่วนต่างดอกเบี้ยรับ เราคาดยังคงสูง 6.2% อยู่ อย่างไรก็ดีการตั้งสำรองในไตรมาสนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเตรียมความพร้อมในการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกำไร

... คาด 2Q18 จะตั้งสำรองลดลง

สำหรับ 2Q18 เราคาดบริษัทจะกลับมาแสดงผลกำไรเติบโตอีกครั้งทั้ง YoY และ QoQ จากสินเชื่อที่เราประเมินว่าจะเติบโตแรงอย่างต่อเนื่องและได้อานิสงค์จากการจบงาน Motor Show ซึ่งเรามองว่าจะหนุนให้การหมุนเวียนของรถมือ2 ในตลาดมีเพิ่มขึ้น ซึ่ง ECL ได้ประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อให้กับรถยนต์มือ2 นี้ รวมถึงการตั้งสำรองเพื่อการเตรียมความพร้อม IFRS9 คาดจะลดลงจาก 1Q18 ส่งผลให้กาไรดีขึ้น

ความกังวลต่อการใช้เกณฑ์ใหม่ ...

จากเกณฑ์คุม non-bank หรือเกณฑ์คุมสัญญาเช่าซื้อใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพดานการคิดดอกเบี้ย ซึ่ง ECL คิดดอกเบี้ยอยู่ราว 10-12% นับว่าไม่สูงอยู่แล้ว หรือเรื่องค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ไม่เกิน 15% ซึ่งบริษัทไม่ได้คิดเกินกำหนดอยู่แล้ว และการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกปัจจุบันการทำสัญญาเช่าซื้อ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยทั้งแบบคงที่ ( flat rate) หรือแบบลดต้นลดดอก (effective rate) อยู่ในสัญญาอยู่แล้ว แต่ในการแจ้งลูกค้าจะใช้ flat rate เพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจง่ายขึ้น แต่โดยสรุปแล้วลูกค้าจะมีภาระดอกเบี้ยเท่ากัน ผลกระทบต่อผลประกอบการจึงจำกัด

... ส่งผลให้เกิด valuation de-rating ทั้งอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดมีความกังวลต่อเกณฑ์ใหม่อยู่มากเพราะมีความเสี่ยงในการปรับประมาณการกำไรลง ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มสินเชื่อบุคคล/เช่าซื้อ เช่น SAWAD MTLS THANI TK ปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดลงมาต่ำสุด ราว 30-40% และ valuation ของกลุ่ม de-rate ลงเหลือเพียง PE 20-25 เท่า จากความเสี่ยงดังกล่าว ดังนั้นเราจึงปรับราคาเป้าหมายของ ECL ลง ตามการ de-rate valuation ของกลุ่ม โดยราคาเป้าหมายใหม่เป็น 3.80 บาท อิง PE 25 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต