วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (28 ก.พ.61)

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับตัวสูงขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 5 วันที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ Jerome Powell ออกมากล่าวว่าธนาคารกลางจะทยอยปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้น โดยคาดจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

- ผลสำรวจของสำนักข่าว Reuters คาดว่าน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 23 มี.ค. จะเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาร์เรล หลังความต้องการใช้น้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นสหรัฐ

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 10.23 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2513 และสูงกว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบีย โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ จะยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและคาดจะนำหน้ารัสเซียมาเป็นผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลกภายในปี 2562

+ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับลดลง หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย ประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Feel กำลังการผลิต 70,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเกิดเหตุประท้วงและระเบิดที่ท่อขนส่งน้ำมัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์และตะวันออกกลางที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาคาดจะได้รับแรงกดดันจากการส่งออกจากยุโรปมายังตลาดเอเซียที่เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลยังอยู่ในระดับที่ดีและโรงกลั่นจีนคาดจะลดการส่งออกในเดือนนี้ลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลได้รับแรงกดดันจากน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 63-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ก่อนหน้า หลังกำลังการกลั่นน้ำมันดิบสหรัฐ ได้ลดลงกว่า 1.7% มาอยู่ที่ 88.1% จาก 89.8% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังการกลั่นคาดจะปรับตัวลดลงอีกในเดือนมีนาคมตามฤดูกาลปิดซ่อนบำรุงของโรงกลั่นทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐ รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้นกว่า 52 แท่นจากต้นปี โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ก.พ. 61 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 1 แท่น มาอยู่ที่ 799 แท่น สอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มที่จะแตะระดับเหนือกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้

---------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

        โทร.02-797-2999