วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้บริโภค“เมียนมา” ฮิตสินค้าไลฟ์สไตล์-อิมพอร์ต

การเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาปี 2560 อยู่ที่ 7.7% คาดการณ์ปี 2561 เติบโต 8% โดยสัดส่วนรายได้ของผู้มีกำลังซื้อกลุ่มเอและบี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 5 ล้านคน เป็น 10 ล้านคน ภายในปี 2563

สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาทัศนคติ จิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค กล่าวว่าได้สำรวจไลฟ์สไตล์ชาวเมียนมา ปี 2561 ใน 3 เมืองเศรษฐกิจหลัก “ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์” ที่พบว่าเปลี่ยนผ่านยุคจับจ่าย เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม และไลฟ์สไตล์ (from necessity to need)  สู่ตลาดโมเดิร์นรีเทลมากขึ้น ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ตัวเองมากกว่าแค่ปัจจัยสี่ และใช้สินค้าอิมพอร์ตมากขึ้น

สำหรับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคเมียนมาในปี 2561  ประกอบด้วย

ตลาดโมเดิร์นรีเทลเติบโตสูง เมียนมาเป็นตลาดที่ดึงดูดผู้ประกอบการค้าปลีก จากหลายประเทศให้เข้ามาลงทุน เช่น ญี่ปุ่น ได้ขยายธุรกิจรีเทล  Aeon, Miniso หรือ Daiso รวมถึงมีแผนการขยายแฟชั่น รีเทล แบรนด์ต่างๆ ทำให้พื้นที่รีเทลในเมียนมาแต่ละปีเติบโต 28% มีการขยายตัวของพื้นที่ให้เช่าจาก 1.5 แสนตร.ม. ในปี 2556 เป็น 2.5 แสนตร.ม.ในปี 2561

ส่วนตลาดค้าปลีกในเมียนมาเองขยายตัวอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการเปิดสาขาเพิ่มในเมืองรอง เช่น Grab and Go ร้านสะดวกซื้อที่เปิดตัวในปี 2556 ด้วยจำนวน 10 สาขา ปัจจุบันมีกว่า 200 สาขาในเมืองย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนย์ปิดอว์ จากงานวิจัยความเชื่อมั่นของผู้บริโภค พบว่า 54% ของคนเมียนมาไม่มีความกังวล และตั้งใจจะใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่จะทำให้ตลาดค้าปลีกเติบโตในปีนี้

มองหาสินค้าที่สนองไลฟ์สไตล์มากกว่าแค่ปัจจัยสี่ ข้อมูลวิจัยผู้บริโภคพบว่า คนเมียนมาซื้อสิ่งของที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์มากขึ้น ไม่ได้ซื้อแค่สินค้าที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันเท่านั้น เช่น ใช้น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ครีมนวดผม สบู่เหลว มากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนจัดเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นและสิ้นเปลือง โดยเติบโต 14% ต่อปี 

ขณะที่อัตราการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบาย เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เติบโตสูงเช่นเดียวกัน ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนเกาหลีเป็นสินค้าเครื่องสำอาง ขณะที่ญี่ปุ่นและจีน เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า 

“คอนเทนท์โฆษณาปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจนในเมียนมา จากโฆษณาที่เน้นฮาร์ดเซล ขายฟังก์ชันนอล โปรดักท์ ความยาว 3 นาที ก็เปลี่ยนมาเน้นซอฟต์เซล ขายอีโมชันนอล เป็นไลฟ์สไตล์คอนเทนท์มากขึ้น”

โกอินเตอร์ พบว่าคนเมียนมาเริ่มหันมาใส่ใจภาพลักษณ์ และ Status Symbol มากขึ้น มีการใช้สินค้าอิมพอร์ต เช่น บิสกิต ชาอังกฤษ สปาเกตตี้ ซุปฝรั่ง ซีเรียล สอดคล้องกับข้อมูลของไอซีเว็กซ์ ที่ระบุว่าคนเมียนมาชอบไปอีเวนท์ที่เกี่ยวกับ International Food & Beverage มากขึ้น ขณะเดียวกัน 47% ของคนเมียนมาที่ใช้อินเทอร์เน็ต  มีโอกาสเปิดรับสื่ออินเตอร์มากยิ่งขึ้น โดย วีดิโอ สตรีมมิ่ง เป็นที่นิยมในปี 2560 ซึ่ง 80% ดูผ่านมือถือ ทำให้ Netflix กำลังขยายธุรกิจไปยังเมียนมา รวมถึงพันธมิตรอย่าง Ooredoo และ Iflix ด้วยเช่นกัน 

“คนเมียนมาเปิดรับโลกภายนอกและโกอินเตอร์มากขึ้น รวมถึงเริ่มนิยมเดินทางออกนอกประเทศ”