ผลตอบแทนพันธบัตร และหุ้นสหรัฐ ที่แพงเกินไป นำการปรับฐานในสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้นสหรัฐฯ นำการปรับฐานด้วยกลุ่มการแพทย์ (-2.15%) และน้ำมัน (-2.03%) ซึ่งนอกไปจากข่าว Amazon, Berkshire Hathaway และ JPMorgan จะร่วมกันตั้งบริษัทใหม่เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพให้กับชาวอเมริกัน การปรับฐานยังเกิดจากการที่หุ้นสหรัฐฯ แพงเกินไปในช่วงสั้น โดย ณระดับปัจจุบัน Earnings yield ของหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) อยู่ที่ 2.54% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่ 2.73% ถือเป็นการปรับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่เงินปันผลอยู่ที่ 1.75% ต่ำกว่าผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีที่ 2.20% ดังนั้นการปรับฐานจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุผล รายงานผลประกบการรอบนี้ จะมีผลสูงต่อการปรับฐานของหุ้นสหรัฐฯ
การปรับฐานดังกล่าว คาดดึงเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงกลับสู่พันธบัตรและค่าเงินสหรัฐฯ ที่ Underperform มากพอ หุ้นไทยคาดเผชิญความเสี่ยงทั้งจากเงินทุนต่างชาติไหลออกระยะสั้น และการลดลงของราคาน้ำมันดิบที่กระทบกลุ่มพลังงาน อีกทั้งเผชิญแรงกดดันจากตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่ทดสอบ cycle high รอบ 41 เดือน ทำให้มีความเสี่ยงปรับฐานต่ำ 1800 จุด
ระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ปรับขึ้นมากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ GPSC (115%), EA (81%), IVL (44%), PTTEP (34%), BANPU (32%), PTTGC (30%), AOT (29%), TCAP (29%), CPALL (29%) การเก็งกำไร เลือกได้ในหุ้นใหญ่ที่ Under-owned อาทิกลุ่ม การแพทย์ สื่อสาร และหุ้นกลาง-เล็กที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
Investment Theme เน้นหุ้นปันผลที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนมากขึ้นในช่วงนี้ แนะนำ LH INTUCH ADVANC IRPC PM MAJOR // หุ้นพื้นฐานดีที่ Underperform ในช่วงที่ผ่านมา BDMS BCH THG*//ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเดินเรือที่คาดได้รับปัจจัยบวกจากค่าระวางเรือ (BDI) ขาขึ้นช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ได้แก่ PSL TTA //หุ้นเก็งกำไรที่น่าสนใจ HTC*, RSP*, MBK*, MONO*, TVO*, SPALI, MILL*, COM7*, TTCL*, TK, SKE*
ภาพรวมกลยุทธ์: แบ่งขายทำกำไร เพิ่มการถือเงินสด ความผันผวนของหุ้นโลกที่สูงขึ้น นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังและกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง รวมถึงตั้งจุดขายล็อคกำไร (trailing stop) ในหุ้นที่มี // หุ้นแนะนำ BDMS, AMANAH
แนวรับ 1808 / แนวต้าน : 1830 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อจากความกังวลเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน / ค่าระวางเรือ (BDI) ปิดที่ 1,191 จุด (-1.89%) / ถ่านหิน Newcastle ปิดที่ 107.15 เหรียญฯต่อตัน (-1.70%)
เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี – เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 2.5% ในปีที่แล้ว (ตามคาด) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการขยายตัว 3.0% ในปี 50 // ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน ม.ค.61 อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากความเชื่อมั่นในภาคค้าปลีก และภาคบริการที่ปรับตัวลง แต่ยังคงทรงตัวที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนธ.ค.
รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย – ธปท.คาด GDP ปี 60 มีโอกาสโตถึง 4% หลังส่งออกโต 9.9% ขณะที่ปี 61 คาด GDP โต 3.9% ส่งออกโตกว่า 4% // เงินเฟ้อมีสัญญาณฟื้นตัว // กนง.คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อแม้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดี // แนะกลุ่มผู้ประกอบการออกพอนด์ระยะยาวระดมทุนรับดอกเบี้ยระยะยาวปรับขึ้น // เตือนหนี้เสียภาคอสังหาฯเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบ NPL 3Q60 อยู่ที่ 3.26% แนะสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ
ครม.รับทราบมาตรการค่าจ้างขั้นต่ำ – ครม.มีมติรับทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมติ คกก.ค่าจ้าง (มีผลตั้งแต่ 1 เม.ย.61 รวมถึง 3 มาตรการบรรเทาผลกระทบ
TTCL (Not rated) - ลงนามหนังสือเพื่อทำโครงการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า Ahlone ขนาด 356 MW ในเมียนมา มูลค่าโครงการ 1.12 หมื่นลบ.
ประเด็นติดตาม: 31 ม.ค. EU – อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค. / 01 ก.พ. US – ประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ, TH - อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)








