วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (19 ม.ค.61)

ปัจจัยลบรุมเร้า

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มไม่สดใส จากปัจจัยทางการเมืองในประเทศ กังวลเรื่องการชัตดาวน์ (ปิดหน่วยงานของรัฐบาล) ราคาน้ำมันปรับตัวลง ในขณะที่ผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารประกาศออกมาผิดความคาดหมาย ธนาคารขนาดใหญ่เช่น KBANK SCB โดยเฉพาะ KBANK สร้าง Bad Surprise ผลประกอบต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ 30% ขณะที่ BBL เป็นไปตามคาด ขณะที่ปัจจัยบวกสำคัญคือ GDP ของจีนในปี  2560 เติบโตสูงกว่าที่คาดมาที่ 6.9%YoYขณะที่รัฐบาลจีนคาดการณ์เพียง 6.5% ส่วน BANPU คาดว่า Sentiment บวกเริ่มดีขึ้นจากศาลฎีกาแจ้งกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีโรงไฟฟ้าหงสา วันที่ 6. มี.ค.ทำให้ช่วงเวลาจะปลดล็อคความกังวลของหุ้น BANPU เริ่มใกล้เข้ามา เรายังแนะนำซื้อ BANPU ต่อไป หุ้นแนะนำวันนี้ เลือก SC, BANPU, CBG กรอบดัชนีวันนี้ 1,802-1,836 จุด

หุ้นเด่นวันนี้: SC (ปิด 4.18 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS 12 เดือน เท่ากับ 5.00 บาท)

  • SC แข็งแกร่งที่การเติบโตในปี 2561-2562 และปันผลสูง การโอนและการรับรู้รายได้จะเริ่มดีขึ้นอย่างมากตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป และจะมีกำไรที่เติบโตดีมากในปี 2561-2562 และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ การโอนสองโครงการใหญ่ ศาลาแดง วัน มูลค่า 4.7 พันล้านบาท และ บีทนิค มูลค่า 4.0 พันล้านบาท ในปี 2561 แม้กำไรจากการดำเนินงานปี 2560 จะอ่อนตัวลง 14%YoY แต่เราคาดการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2561-2562 ราว 26% และ 20% ปันผลตอบแทน 5-6% น่าพอใจ เราแนะนำซื้อ SC ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท อิงค่า PER 10 เท่าปี 2561
  • Price Pattern ของ SC ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 30 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 4.76 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ SC มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 3.88 บาท (Resistance: 4.24, 4.30, 4.38; Support: 4.16, 4.10, 4.02)

 

ปัจจัยในประเทศ:

  • กสทช. ขยายการประมูลเพิ่มเป็น 9 สล็อต : กสทช มีแผนที่จะประมูล Bandwidth10 MHz ของคลื่นความถี่ 850MHz และ 90MHz ของคลื่นความถี่ 1800MHz ในปีนี้โดยการแก้ไขครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการจัดให้มีการเปิดประชาพิจารณ์เกณฑ์ประมูลคลื่นจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้มีการแข่งขันในการประมูลมากขึ้น(Bangkok Post) ความเห็น: ข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีความสมเหตุสมผลเนื่องจากการเพิ่มสล๊อต Bandwidth เป็น 9 สล็อตนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกช่วงความถี่ที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจในแต่ละรายส่งผลให้มีการแข่งขันเพื่อประมูลคลื่นที่ต้องการมากขึ้น
  • KBANK (ราคาปิด 213 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS 265 บาท) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ที่ 7 พันล้านบาท ลดลง 39.8% QoQและ 44.3% YoYต่ำกว่าประมาณการของเรา 33% และประมาณการเฉลี่ยบลูมเบิร์ก 39% กำไรที่ร่วงลงถูกฉุดโดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ระดับการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่กำไรสุทธิรวมปี 2560 อยู่ที่ 3.43 หมื่นล้านบาท ลดลง 14.5% YoY (SET)ความเห็น: แม้กำไรสุทธิไตรมาส 4/60 จะออกมาต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด แต่อันที่จริงแล้วผลการดำเนินงานโดยรวมเป็นไปตามที่ KBANK เคยให้ข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ว่าธนาคารจะยังตั้งสำรองในระดับสูงอยู่และจะมีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานจำนวนมากเกิดขึ้นในไตรมาส 4/60 เรากำลังทบทวนประมาณการของเรา แต่เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิของ KBANK จะฟื้นตัวในปี 2561 เป็นไปตามเป้าหมาย credit cost ที่ผ่อนคลายลงและสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น หนุนโดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ KBANK จะมีการจัดประชุมนักวิเคราะห์ในเช้าวันนี้
  • BANPU (ราคาปิด 22.60 บาท, “ซื้อ” AWS TP 00 บาท)แจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 6 มี.ค. 61 เวลา 9.00 น. และจะแจ้งผลที่ได้ต่อตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนของคดีโครงการหงสา โดยโจทย์ฟ้อง BANPU และผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าได้หลอกลวงโดยเข้าร่วมทำสัญญาร่วมทุนเพื่อให้ได้ข้อมูลสัมปทานเหมืองถ่านหิน และข้อมูลรายการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ที่เมืองหงสา และได้รายงานเท็จต่อรัฐบาลลาวให้ยกเลิกสัมปทานของโจทก์ เพื่อให้ทางบริษัททำสัญญากับรัฐบาลลาวเองโดยตรง อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องไปก่อนหน้า ความเห็น: เรามีมุมมองเป็นบวกต่อคดีดังกล่าว เนื่องจากจากสถิติในอดีตพบว่าศาลฎีกาจะตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็หาก BANPU แพ้คดีดังกล่าวเราคาดว่า BANPU อาจต้องจ่ายค่าปรับและส่งผลลบให้มูลค่าหุ้นลดลงประมาณ 5.3 บาทต่อหุ้น
  • EA (ราคาปิด 67.50 บาท, “N.R”, IAA’s Consensus 50 บาท)เมื่อวานนี้ EA ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่สถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้าพร้อม Application ในมือถือ “EA Where” สำหรับค้นหาสถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทตั้งเป้าหมายเปิดสถานีบริการจ่ายไฟฟ้าดังกล่าว 1,000 สถานีภายในสิ้นเดือน ม.ค. 61 นี้และตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 สถานีภายในสิ้นปี 2561 นี้ ผู้บริหารมองว่าเป็นการก้าวเข้ามาในธุรกิจก่อนเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมในอนาคต โดยในช่วงแรกยังไม่ได้หวังผลกำไร นอกจากนี้ EA ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยในงานมอเตอร์โชว์ ความเห็น:เรามองว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ แต่จะประสบความสำเร็จขึ้นกับ (1) ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์นี้ และ (2) นโยบายของภาครัฐว่าจะส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน

 

ตลาดต่างประเทศ:

  • ตลาดหุ้น-ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงทั้งสามตลาด ทั้งที่ช่วงบวกขึ้นในช่วงเปิดตลาด ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ เนื่องจากความวิตกกังวลว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯ อาจไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันเส้นตายในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านทรุดตัวลง 2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.192 ล้านยูนิต โดยเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.59 หลังจากอยู่ที่ระดับ 1.299 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 1.275 ล้านยูนิต การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.302 ล้านยูนิต โดยการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 1.8% ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัวลดลง 3.9%
  • ตลาดหุ้นยุโรป:ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนที่ขยายตัวเกินเป้าในปี 2560 มาที่ 6.9% สูงกว่าเป้าหมายของทางการจีนที่ 6.5% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์พุ่งขึ้นขานรับรายงานคาดการณ์ที่ว่า ยอดการจัดส่งเซมิคอนดัคเตอร์ในสหรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

 

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาน้ำมันดิบ:ปิดลบ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐปรับตัวขึ้นใกล้เคียงกับแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้ปัจจัยหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 9สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 6.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 412.7 ล้านบาร์เรล ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20.5 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 5.6% YoY ผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซินมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9.1 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 6.2% YoY ผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.1 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 16.0% Yo
  • ราคาทองคำ:ปิดร่วงลง12 ดอลลาร์ หรือ 0.90% ปิดที่ 1327.20 ดอลลาร์/ออนซ์เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ นับเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดสัญญาทองคำร่วงลง
  • ค่าระวางเรือ BDIปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,139.00 จุด ลดลง 00 จุด