วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (12 ม.ค.61)

คาดดีตามตลาดหุ้นต่างประเทศ

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดทำ New High และเป็นครั้งแรกที่ราคาปิดทะลุ  1,800 จุดขึ้นมา ลุ้นดัชนีเดินหน้าต่อวันนี้ได้ไม่ยาก จากการหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และมุมมองที่เป็นบวกของสำนักวิจัยต่าง ๆ ประเมินราคาน้ำดิบในปี 2561 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปี 2560 ประมาณ 10% จากระดับเดิม 52-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยหุ้น PTT แม้จะปรับตัวขึ้นมามาก แต่ยังถือว่า Laggard และมีค่า PER ที่ต่ำเพียง 11.34 เท่า เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นในปี 2561 อยู่ในช่วง GDP เติบโตดีขึ้น ทำให้มีการปรับเพิ่ม GDP กันหลายรอบ เป็นปัจจัยที่หนุน Domestic Play อย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์ได้ เราแนะนำซื้อ AP เป็น Pick of the day กรอบดัชนี 1,792-1,816 จุด

 

หุ้นเด่นวันนี้:AP (ราคาปิด 9.00บาท, ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS 10.00บาท)

  • AP และ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป มีแผนพัฒนาโครงการคอนโดระดับกลาง-บนต่อเนื่อง โดยลงนามในสัญญาความร่วมมือพัฒนาคอนโดร่วมกัน 4 โครงการในปีนี้ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการร่วมทุนระหว่าง AP และ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ระยะ 5 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมสูงถึง 74,000 ล้านบาท เราแนะนำซื้อ โดยบริษัทมีพื้นฐานแข็งแกร่งจากยอด Presales โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 00 อ้างอิง PER ที่ 10x จากกำไรสุทธิในปี 2561
  • Price Pattern ของ AP ยังมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิด Monthly Buy Signal แต่ทั้งในระยะสั้นและกลางยังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการปรับฐานจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Sell Signal โดย Price Pattern ของ AP จะกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่เมื่อปิดตลาดเหนือ 25 บาท และจะกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่เมื่อปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 9.20 บาท โดยมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 11 บาท (Resistance: 9.05, 9.10, 9.20; Support: 8.95, 8.85, 8.80)

ปัจจัยในประเทศ:

  • มาตรการภาษีหนุนลงทุนภาคเอกชน โดยที่ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนในปี 2560 ภายใต้มาตรการภาษีของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นการลงทุน อยู่ที่ 2.81 แสนล้านบาท เติบโตสูงกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์กว่า 35 เท่า หนุนโดยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง (บางกอกโพสต์)
  • กระทรวงการคลังคาดเศรษฐกิจไทยปี 2560 เติบโตสูงกว่าคาดการณ์ที่ 8% รับอานิสงส์จากภาคส่งออกและท่องเที่ยวที่เติบโตแข็งแกร่งเกินคาด และการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น (ไทยโพสต์)
  • ยอดใช้ Data มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น : บริการโทรคมนาคมผ่านข้อมูลมัลติมีเดียจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับกลุ่มสื่อสารในปี 2561 โดยจำนวนผู้ใช้บริการแบบรายเดือนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากผู้ใช้บริการมีแนวโน้มที่จะใช้บริการข้อมูลผ่านโปรโมชั่นอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบไม่จำกัดและบริการรายเดือน (Bangkok Post)ความเห็น:รายได้ของหุ้นกลุ่มสื่อสารจะเติบโตจาก Data เป็นหลักในขณะที่รายได้ด้าน Voice มีแนวโน้มลดลงต่อไป

 

ตลาดต่างประเทศ:

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: หุ้นพลังงานพุ่ง หนุนดาวโจนส์ปิดทะยานขึ้น 205.60 จุด ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮพร้อมกันอีกครั้ง หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและมาตรการปรับลดภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ
  • ตลาดหุ้นลอนดอนปิดทำนิวไฮ: ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ แม้แรงบวกถูกสกัดในระหว่างวันจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับตัวลงภายหลังจากเทสโกและมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์เปิดเผยยอดขายที่น่าผิดหวัง
  • ตลาดหุ้นเอเชีย:ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 23,719.66 จุด เพิ่มขึ้น 9.23 จุด, +04%; ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,499.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.96 จุด, +0.48% ทิศทางตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  • ภาวะตลาดเงิน: ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า ECB กำลังเตรียมถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ จากแรงกดดันของข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ
  • ไข้หวัดนกเริ่มระบาดในญี่ปุ่น:ญี่ปุ่นฆ่ากำจัดไก่จำนวน 92,000 ตัวในวันนี้ หลังจากมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองซานุกิ โดยเป็นการพบเชื้อไข้หวัดนกดังกล่าวเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นในฤดูกาลนี้ความเห็น: โรคไข้หวัดนกระบาด ส่งผลกระทบในทางลบต่อความเชื่อมั่นการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกของประชาชน เรามองเป็นผลลบต่อ CPF, GFPT,TFG และ BR โดยเรามองว่าการส่งออกไก่จากไทยไปญี่ปุ่นคงไม่เพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมาแล้ว

 

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาทองคำ: เพิ่มขึ้น 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ระดับ 1,322.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค.ของสหรัฐปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี
  • ราคาน้ำมันดิบ (Crude Oil Price)สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 4% ปิดที่ 63.80 ดอลลาร์/บาร์เรล; สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ขยับขึ้น 6 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 69.26 ดอลลาร์/บาร์เรลแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI:ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,303.00 จุด ลดลง 00 จุด

 

Key Takeawayจากการ Company visit PTT

  • EBITDA หลักของ PTT มาจาก ธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติ, Transmission Pipeline, Gas Separation Plant, NGV และธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและอื่น ๆ บริษัทมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นสำหรับการเติบโตของทุกธุรกิจในปี 2561 ยกเว้น NGV ซึ่งยังคง Contribute ผลขาดทุนให้กับ PTT 5,000 ล้านบาท ต่อปี แต่น้อยลงกว่าอดีตที่เคยขาดทุนมากเกินกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ช่วงก่อนปี 2560 โดยส่วนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติในปี 2560 มีอัตราการเติบโตที่ดีมาก EBITDA งวด 9M60 โต 26% คาดว่าถ้าราคาก๊าซและราคาน้ำมันในปี 2561 อยู่ในระดับที่ดีกว่าปีก่อน ซึ่งเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบปี 2560 เท่ากับ 54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล คาดการณ์ปี 2561 ที่ระดับ 59-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล คาดว่าจะทำให้ธุรกิจก๊าซและน้ำมันโดยรวมของกลุ่ม PTT ผ่านพ้นจุด Bottom Out ไปตั้งแต่ 1H60 และกำไรเติบโตดีขึ้นต่อเนื่องอีกในปี 2561 ส่วนการแยกธุรกิจ PTTOR เพื่อ IPO นั้น คาดว่าจะทำสำเร็จภายในปี 2561 นี้ และ PTT ตั้งใจถือ PTTOR น้อยกว่า 50% ส่วนเงินที่ได้จากการทำ IPO จะนำมาใช้ในการขยายกิจการต่อไป นอกจากนี้ PTT เตรียมรับมือกับภาพธุรกิจพลังงานที่จะเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันไปเป็นไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่าแม้อนาคตดีมานด์น้ำมันจะลดลงแต่ดีมานด์ของไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นทดแทน ซึ่ง PTT ยังจะเป็นผู้ได้ผลบวกจากการขายก๊าซธรรมชาติให้กับผู้ซื้อหลักคือ กฟผ.และโรงไฟฟ้า IPP, SPP ต่าง ๆ ทั้งนี้ PTT คาดว่าพลังงานทดแทนใหม่ ๆ เช่น Solar Farm ต่าง ๆ อาจจะมีส่วนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยความเห็น: เราแนะนำซื้อ PTT เดิมประเมินราคาเป้าหมายที่ 478 บาท เราอยู่ระหว่างการประเมินราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้น ตามมุมมองของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าปรับตัวสูงขึ้นในปี 2561