วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไดกิ้นชู‘10เทรนด์’กลยุทธ์เจาะผู้บริโภค

การทำตลาดยุคปัจจุบัน “สินค้า” และ “ราคา” ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภครุ่นใหม่อีกต่อไป ท่ามกลางกระแสแห่งเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงทางเลือกจากองค์ประกอบต่างๆ แม้กระทั่งสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศ

สมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้ทำตลาดเครื่องปรับอากาศแบรนด์ “ไดกิ้น” หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของตลาด ได้ยกคัมภีร์ของนักการตลาด “10 เทรนด์” ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุค 4.0 เป็นแนวทางของการตลาดเชิงรุกของเครื่องปรับอากาศไดกิ้น   

เทรนด์แรก “ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์” เป็นความท้าทายอย่างมากท่ามกลางความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ที่ถูกกัดกร่อนไปอย่างมาก เรียกว่าการตลาดก้าวสู่ความล่มสลายในการเชื่อมั่นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จากข้อมูลข่าวสารจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าถึงผู้บริโภค ฉะนั้น แบรนด์ต้องมีความชัดเจนในตัวเอง โดยไดกิ้น มุ่งสร้างคาแรคเตอร์ “คุณภาพและบริการเป็นเลิศ”

เทรนด์ที่สอง “หมดยุค Story Telling ต้องเป็น Story Doing”  มากกว่าการพูด คือ การกระทำ 

เทรนด์ที่สาม “Personalize” จิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภคชื่นชอบสินค้าที่สะท้อนความเป็นตัวตน เฉพาะตัว สอดคล้องกับแนวโน้มการตัดสินใจซื้อจาก “อารมณ์” มากกว่าเหตุผลที่เพิ่มมากขึ้นของคนรุ่นใหม่ กลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าและบริการ

เทรนด์ที่สี่ “แบรนด์=ประสบการณ์ที่ดี" นำสู่การใช้แล้ว “บอกต่อ” ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียทำให้การบอกต่อถูกส่งต่อ หรือ “แชร์” ในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ 

เทรนด์ที่ห้า “Smart Data”  ข้อมูลสามารถนำมาใช้ได้ทันที นั่นคือการนำ Big Data มาสังเคราะห์ ปรับให้เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย สร้างกลยุทธ์ต่อยอดทางการตลาด หากมี Big Data แต่ไม่นำมาใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์ 

เทรนด์ที่หก “เทคโนโลยี” จะเห็นว่าขณะนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภค เรียกว่า สนับสนุนการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ แบบ “ไม่ง้อจอ” ส่งผลกระทบต่อหลายกลุ่มสินค้าที่ต้องเร่งพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่รองรับพฤติกรรมการใช้สินค้าที่เปลี่ยนไป เน้น ง่าย สะดวก รวดเร็ว 

เทรนด์ที่เจ็ด เป็นยุคที่เรียกว่า "New Reality“ ทำตลาดด้วยการสร้างประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง  "AR-Augmented reality หรือ AR" ซึ่งรวมสภาพแวดล้อมจริงกับวัตถุเสมือนเข้าด้วยกันในเวลาเดียวกัน วัตถุเสมือนอาจเป็น ภาพ วิดีโอ เสียง ข้อมูลต่างๆที่ประมวลผลมาจากคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต หรืออุปกรณ์สวมใส่ขนาดเล็กต่างๆ และทำให้เราสามารถตอบสนองกับสิ่งที่จำลองนั้นได้  ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ เกมโปเกมอน 

อีกเทคโนโลยี คือ "VR-Virtual reality"  เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง หรือ ยกโลกภายนอกเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงนั่นเอง ผ่านการมองเห็น เสียง การสัมผัส กม้กระทั่งกลิ่น  และทำให้เราสามารถตอบสนองกับสิ่งที่จำลองนั้นได้ตัวอย่างของการใช้งาน VR เช่น การจำลองการขับเครื่องบิน 

เทรนด์ที่แปด “Autonomous Life”  การใช้ชีวิตของผู้บริโภค เรียกได้ว่า ขี้เกียจมากขึ้น จะมีรถยนต์ระบบอัตโนมัติออกมามากขึ้น รวมทั้งสินค้าต่างๆ ที่เน้นระบบอัตโนมัติ

เทรนด์ที่เก้า “แบรนด์ต้องมี Ecosystem"  สร้างสินค้าหรือบริการเสริมเพิ่มเพื่อผลักดันสินค้าเกี่ยวเนื่องออกมา เห็นชัดเจนจาก

Apple มีการสร้างสินค้าและอุปกรณ์ทุกอย่างที่เชื่อมเข้าด้วยกัน ทั้ง ไอโฟน ไอแพด ไอพอด โดยมีคราวด์เชื่อมโยงอุปกรณ์เหล่านี้

เทรนด์สุดท้าย “ยุคของ AI-Artificial Intelligence” ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทสูงขึ้นทุกวัน อนาคตระบบจะสามารถจดจำ ประมวลผล พัฒนาสินค้าและบริการตอบสนองได้ทันที 

แนวโน้มภาคธุรกิจจะลงทุนใน AI มากขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง