วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPF - ซื้อ

กำไรหลักที่จะฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2561

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าการพลิกกลับมาเป็นกำไรของธุรกิจหมูในประเทศเวียดนาม กำไรที่จะรับรู้เต็มปีของประเทศตุรกี รวมถึงผลการดำเนินงานของเบลลิซิโอและธุรกิจกุ้งในประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจะเป็นปัจจัยหลักที่จะหนุนให้กำไรหลักของ CPF ในปี 2561 พลิกกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะกลบผลการดำเนินงานของธุรกิจหมูในประเทศไทย รวมถึงราคาหมูในประเทศไทยที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปีหน้า (ซึ่งปัจจัยบวกข้างต้นน่าที่จะกลบผลกระทบทางลบจากธุรกิจหมูในประเทศที่อ่อนตัวลง) และเนื่องจากกำไรหลักสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2560 ออกมาสูงกว่าคาด เราจึงทำการปรับประมาณการกำไรหลักสำหรับปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 8% (ไปอยู่ที่ 8พันล้านบาท) แต่ยังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2561 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง CPF ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มอาหารที่เราชื่นชอบเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนในปี 2561

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/60—กำไรหลักสูงกว่าคาด

CPF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 4.91 พันล้านบาท ลดลง 5% YoYแต่เพิ่มขึ้น 21% QoQ ถ้าไม่รวมกำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL (หลังหัก
ภาษี) จำนวน 1.51 พันล้านบาท กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 3.36 พันล้านบาท ลดลง 33% YoY แต่เพิ่มขึ้น 118% QoQ กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 6%
เนื่องจากกำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL ที่ต่ำกว่าคาด ในขณะที่กำไรหลักสูงกว่าคาด 35% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/60 (ซึ่งคำนวณรวมกำไรจากสินทรัพย์ทางชีวภาพ 1.07 พันล้านบาท) อยู่ที่ 14.7% ซึ่งสูงกว่าที่คาดก่อนหน้าที่ 12.2% และสูงกว่า 11.2% ในไตรมาส 2/60 แต่ลดลงจาก 16.4% ในไตรมาส 3/59 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหากไม่คำนวณรวมกำไรจากสินทรัพย์ทางชีวภาพเข้าไปในอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ก็จะอยู่ที่ 13.9% ซึ่งก็ยังคงสูงกว่าที่เราคาดก่อนหน้าอยู่ดี (ดูรายละเอียดได้ในหน้าที่ 4)

ธุรกิจหมูในเวียดนามคาดว่ามีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2561

ราคาหมูในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงจาก 30,335 ดองต่อกก.ในเดือนก.ย. มาอยู่ที่ 28,000 ดองต่อกก.ในเดือนต.ค. เนื่องจากการแห่ดัมพ์ขายหมูเข้ามาในตลาดจากการที่ราคาหมูปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ราคาหมูเริ่มกลับมาทรงตัวที่ระดับ 28,000 ดองต่อกก.ในเดือนพ.ย.เราคาดราคาหมูมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และอุปทานหมูในเวียดนามที่ล้นตลาดมีแนวโน้มลดลง (จากกลไกการปรับตัวของอุปทานหมู) ซึ่งจะนำไปสู่จุดคุ้มทุนสำหรับธุรกิจหมูในประเทศเวียดนามในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราคาดว่าราคาหมูในประเทศเวียดนามจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสูงกว่าต้นทุนการผลิตหมูซึ่งอยู่ที่ 35,000 ดองต่อกก. การที่ราคาหมูปรับตัวลดลงอย่างมากได้กดดันให้ผู้ประกอบการหมูรายเล็กออกจากอุตสาหกรรมไปตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมาเนื่องจากผลประกอบการที่ขาดทุนจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานหมูลดลงในปี 2561 (เนื่องจากวงจรการเลี้ยงหมูที่มีระยะเวลาประมาณ 10 เดือน) สำหรับในระยะยาวธุรกิจในประเทศเวียดนามของ CPF จะหันมาส่งออกไก่เพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจหมูที่มากเกินไป และจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตอาหารแปรรูปมากขึ้น(โดยมีเป้าหมายส่งออกไปที่ประเทศจีน)

กำไรของประเทศตุรกีที่แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงผลประกอบการของเบลลิซิโอที่ปรับตัวดีขึ้นในปี 2561

ราคาหมูในประเทศไทยเฉลี่ยที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปี 2561 จะส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจหมูในประเทศลดลงในปีหน้า (เนื่องจากอุปทานหมูในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีก 10 เดือนข้างหน้า) หลังจากที่ธุรกิจหมูในประเทศมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งมาโดยตลอดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของธุรกิจไก่ส่งออก เรายังคงคาดวอลุ่มส่งออกไก่ของไทยจะยังคงแข็งแกร่งไปจนถึงปี 2561 ราคาส่งออกไก่สดแช่แข็งปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 900 เหรียญต่อตัน (มาอยู่ที่ 3,400 เหรียญต่อตัน) ในส่วนของธุรกิจกุ้งในประเทศไทย ถ้าอ้างอิงจากประมาณการผลผลิตกุ้งของทั้งอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10-15% ในปี 2561 (จาก 3 แสนตันในปี 2560) เราคาดว่าธุรกิจกุ้งของ CPF มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเช่นกันในปี 2561 ในส่วนของธุรกิจในประเทศตุรกี เราคาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตในไตรมาส 4/60 และต่อเนื่องไปยังปี 2561 เนื่องจากการลดต้นทุนการดำเนินงาน และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ซึ่งให้มาร์จิ้นสูงกว่า นอกจากนี้เรายังคาดว่าผลประกอบการของเบลลิซิโอมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปี 2561 (จากปัจจัยหนุนของยอดขายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินงานที่มีแนวโน้มลดลง) หลังจากงบค่าใช้จ่ายในการสร้างแบรนด์ที่ใช้เป็นจำนวนมากในปี 2560