ติดตามผลประกอบการไตรมาส 3/60 กันต่อไป
ภาวะตลาดหุ้นช่วงนี้ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะเป็นไปตามผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ประกาศ เช่น IT, PTTGC, CPN ที่ประกาศงบออกมาในช่วงบ่ายวานนี้ และมีกำไรเติบโตดีขึ้นมาก ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นทันทีหลังการเปิดตลาดภาคบ่าย ดังนั้น ช่วงนี้เรายังเกาะติดกับหุ้นเด่นที่คาดหวังว่าผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่จะประกาศมาน่าจะมีการเติบโตของกำไรที่ดีขึ้น ได้แก่ MTLS, IVL, AJ, PTL, SIRI ซึ่งหุ้นที่เลือกมาอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังโดดเด่น คือ ลิสซิ่ง แนะนำSelective Buy รายตัว MTLS, TCAP เด่น แต่ให้ระมัดระวังเตรียมขายทำกำไร SAWAD; กลุ่มปิโตรเคมี โดดเด่นสุดที่ IVL และในปัจจัยบวกของสเปรดผลิตภัณฑ์ BOPET ที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/60 ถึง 4/60 เราแนะนำเก็งกำไร AJ, PTL ร่วมไปด้วย; กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เราเลือก SIRI เด่น เพราะคาดผลประกอบการไตรมาส 3/60 กำไรดีขึ้น YoYและ QoQน่าจะกำไรโตโดดเด่นสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์สำหรับไตรมาสนี้ ในขณะที่หุ้นอื่น กำไรจะไปโดดเด่นสุดในไตรมาส 4/60 เป็นส่วนใหญ่ วันนี้มี Analyst Meeting: IRPC, IVL, LPN/Opportunity Day: VGI, INOX
หุ้นเด่นวันนี้: MTLS (ราคาปิด 39.75 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของ AWS 47.00 บาท)
- เราคาด MTLS จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% QoQและ 58% YoYซึ่งเป็นระดับนิวไฮอีกครั้ง การเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามการขยายตัวของสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง โดยเราคาดว่าสินเชื่อของบริษัทจะเติบโต 14% QoQและ 63% YoYหนุนโดยสาขาที่ขยายอย่างต่อเนื่องเป็น 2,294 สาขา จาก 2,046 สาขาในไตรมาส 2/60 นอกจากนี้ เราประมาณการอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 3 ปีข้างหน้าของ MTLS จะอยู่ในระดับสูงถึง 45.7% เราได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าที่ 47 บาท เราคาด MTLS จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ในวันนี้ (9 พ.ย.)
- Price Pattern ของ MTLS มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal อีกทั้งยังมี Price Pattern ที่บ่งบอกถึงการทำ New High ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ MTLS มีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 50 บาท ทั้งนี้ MTLS มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 75 บาท (Resistance: 40.00, 40.25, 40.75; Support: 39.50, 39.25, 38.75)
ปัจจัยในประเทศ:
- กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% โดยมองว่าระดับดอกเบี้ยในปัจจุบันมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังคาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวเร็วกว่าคาด หนุนโดยภาคส่งออกที่แข็งแกร่งและการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ในประเทศ (บางกอกโพสต์)
- กสิกรไทยมองหาธุรกิจใหม่:KBANK กำลังมองหาธุรกิจใหม่ ๆลงทุนเพื่อสร้างรายได้โดยคงกำไรเนื่องจากธนาคารคาดว่าการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 2561 จะชะลอตัวลงเนื่องจากธุรกรรมการเงินของดิจิตอลแบงกิ้งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (Bangkok Post)
- กลต.คุมบจ.ขายตั๋วบีอี: ก.ล.ต.เตรียมออกเกณฑ์คุมบริษัทออกตั๋วบีอีใหม่ โดยเน้นแก้ไขเกณฑ์การจัดสรรให้ผู้ลงทุนรายใหญ่ เน้นวงจำกัด หลังพบปัญหาเสนอขายผิดวัตถุประสงค์ คาดเริ่มใช้เดือน ก.ค.ปีหน้า แจงไตรมาส 3/60 มูลค่าตั๋วบีอีคงค้าง 2.93 แสนล้านบาท พบ 10 เดือนแรกมีบีอีผิดนัดชำระเกือบ 6 พันล้านบาท (กรุงเทพธุรกิจ)
- PTTGC:ประเมินภาพรวมธุรกิจปีหน้าดีขึ้น ลุ้นส่วนต่างผลิตภัณฑ์ (Spread) ยืนสูง หลังแจงกำไรไตรมาส 3/60 เติบโต 60% เป็น 9.9 พันล้านบาท และ 9 เดือนกำไรโต 88% เป็น 29.7 พันล้านบาทสหรัฐฯ ราคาหุ้นขยับขึ้นหลังงบออกช่วงบ่ายวานนี้ความเห็น: ผลิตภัณฑ์สายอะโรเมติกส์กำลังมีสเปรดที่ดี แต่ทางสายโอเลฟินส์ค่อนข้างอ่อนแอ และมีแนวโน้มซัพพลายเพิ่มเข้ามาได้มากในปี 2561 เรายังคงแนะนำซื้อ PTTGC ราคาเป้าหมายตาม Consensus94 บาทคาดว่า PTTGCperform ดีกว่า SCC เพราะยังได้ผลบวกจากโรงกลั่น และอะโรเมติกส์ แม้จะมีเอทิลีนถ่วง ขณะที่ SCC ต้องเผชิญผลลบของเอทีลีนส่วนที่มีกำลังการผลิตเดิมอยู่แล้ว และแผนเพิ่มการผลิตโดยสร้างโรงงานใหม่ในเวียดนาม ก็เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เอทีลีน ซึ่งถูกคาดว่าจะ Oversupply เมื่อสหรัฐฯ จะต่อยอดการผลิตเชลล์ออยล์ เชลล์แก๊ส สู่ผลิตภัณฑเอทีลีน แนะนำเพียงถือ SCC ราคาเป้าหมายใหม่ 520 บาท
- AJ, PTL:ส่วนที่น่าจับตามองเพิ่มคือธุรกิจ Film ประเภท BOPET ซึ่งผู้ที่มีกำลังการผลิตส่วนนี้แล้ว คือ PTL (กำลังการผลิต BOPET ทั้งแบบ Thick Film, Thin Film และ BOPET รวม 215,000 ตันต่อปีกระจายในอินเดีย ไทย ตุรกี และสหรัฐฯ 2.AJ มี 62,000 ตันต่อปี อยู่ในประเทศไทย ปัจจุบันสเปรดฟิล์ม BOPET สูงถึง 400-500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ปรับเพิ่มจากครึ่งปีแรกที่ราว 300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน และปีก่อนยังแกว่งตัวระดับต่ำกว่า 300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ทำให้คาดการณ์ได้ว่ากำไรสุทธิของ AJ และ PTL จะดีขึ้นYoY
สินค้าโภคภัณฑ์:
- ราคาน้ำมันดิบ: ปิดลบ 39 เซนต์ หลัง EIA เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล การปรับตัวลงของราคาน้ำมัน จะส่ง Sentiment บวกให้กับ TASCO ซึ่งเป็นกิจการที่ใช้น้ำมันดิบเป็นต้นทุนการผลิต รวมถึงส่งผลบวกไปยัง TIPCO ซึ่งถือหุ้น TASCO 23.7% ด้วย
- ค่าการกลั่น: ที่ปรับตัวลงเหลือ 6.63 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อ่อนตัวทะลุ 7 เหรียญสหรัฐฯ Sentiment ยังอ่อนแอสำหรับธุรกิจโรงกลั่น แนะนำให้รอซื้อหุ้นโรงกลั่น เช่น TOP, BCP เมื่อราคาอ่อนตัว
- ค่าระวางเรือเทกอง (BDI) กลับมาบวก 9 จุด หรือ +0.61% เป็น 1,486 จุด บวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยงวด 3 เดือน BDI ยังบวก 27.12% และงวด 6 เดือน บวกขึ้นมา55.77% ค่าระวางเรือเทกองที่ยืนได้ระดับเกิน 1,300 จุด เป็นบวกต่อ PSL, TTA









