วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (26 ก.ย.60)

แกว่งตัว จากแรงกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และประชุมกนง.

หุ้นไทยวานนี้ฟื้นตัวหลังทางเทคนิคลงทดสอบแนวรับ 1658 จุด และการทำปิด Window dressing ไตรมาส 3/60 อย่างไรก็ตามผลของการที่ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาราว 8% นับจากต้นปี โดยหุ้นหลักหลายตัวปรัขั้นมาในระดับมากกว่า 20% จะทำให้บรรยาการของ Window dressing ในช่วงปลายสัปดาห์น้ไม่คึกคัก เราคาดตลาดแกว่งตัวจากแรงขายสลับตัว (switching) ของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risk) ที่กดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง. จะทำให้หุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า) ยังมีโมเมนตัมเชิงบวก รวมทั้งทำให้กองทุนอสังหาฯ/REIT มีโอกาสฟื้นตัว

Investment Theme 1) หุ้นขนาดใหญ่ที่ราคายังขึ้นน้อย (Laggard) และมีแนวโน้มได้รับปัจจัยบวกจากเงินทุนที่ไหลเข้า เช่น PTT BANPU SCC CPALL CPF SCB BLA* CK KCE BDMS และ 2) หุ้นที่โมเมนตัมช่วงสั้นเป็นบวก AMATA, KCAR*, TK*, ILINK*, JWD*, TWPC*, SLP*, PSL* TTA*MC*

ภาพรวมกลยุทธ์: ระยะสั้นเพิ่มความระวังในการเลือกและหมุนตัวเก็งกำไร หลังหุ้นไทยเริ่มไม่ laggard ตลาดโลก การปรับลดลงโดยมีแนวรับสำคัญ 1658 และ 1650 จุด เน้นการเก็งกำไรแบบตั้งจุดตัดขาดทุน // หุ้นแนะนำ BANPU, PRM*, NWR*

ประเด็นการลงทุน

โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังกลุ่มประเทศผู้ผลิตระบุว่าตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าสู่ภาวะสมดุล / ราคาโลหะยังคงชะลอตัวหลังทำจุดสูงสุดในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา / ราคาสินค้าเกษตรปรับขึ้น / ค่าระวางเรือ (BDI) ปิดที่ 1,503.00 จุด (+0.07%) / ถ่านหิน Newcastle ปิดที่ 97.20 เหรียญฯ/ตัน (-0.10%) / ราคาทองคำถูกกดดันหลังผิดหวังผลเลือกตั้งเยอรมนี และเงินเหรียญสหรัฐฯที่มีแนวโน้มแข็งค่า

ทำเนียบขาวปฏิเสธเริ่มสงคราม – ทำเนียบขาวเผยสหรัฐฯไม่ได้ประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนือแต่อย่างใด หลังรมว.ต่างประเทศของเกาหลีเหนือกล่าวว่าพฤติกรรมของปธน.ทรัมป์แห่งสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นการประกาศสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน และเกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะทำการตอบโต้

BOJ มั่นใจเงินเฟ้อถึงเป้า – ผู้ว่าการแบงก์ชาติญี่ปุ่น (BOJ) เผยถึงความมั่นใจต่อทิศทางอัตราเงินเฟ้อว่าจะค่อยๆปรับสูงขึ้นสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% สอดคล้องกับมุมมองในการประชุมครั้งล่าสุด

เกณฑ์คุมเข้ม 5 ธนาคารใหญ่ ไม่กระทบ - ธปท.ประกาศราชกิจจาฯกำหนดเกณฑ์กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ (ขนาดสินทรัพย์รวมใหญ่กว่าจีดีพี) การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของ BASEL3 และ FSB ซึ่งเกิดขึ้นหลังวิกฤติเศรษฐกิจโลก เพื่อป้องกันปัญหาการล้มของธนาคารใหญ่กระทบต่อธนาคารเล็กและระบบเศรษฐกิจ โดยกำหนดระดับเงินทุนเพิ่มขึ้นจาก DSIB (Domestic Systemically Important bank) อีก 1% ซึ่งธนาคารพาณิชย์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและมีระดังเงินทุนที่เหมาะสม (CAR) สูงเกินเกณฑ์ทั้ง 5 ราย ประกาศดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบกับหุ้นข้างต้นแต่อย่างใด

กฎหมาย Buy American – กรมการค้าต่างประเทศแจ้งเตือนกลุ่มผู้ส่งออกไทยไปสหรัฐฯให้ทำการศึกษากฎหมาย Buy American ที่กำหนดให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างและเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศก่อน “เป็นอันดับแรก” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยที่สหรัฐฯสามารถผลิตได้ด้วยตัวเอง

ประเด็นติดตาม: 27 ก.ย. – ประชุมกนง. / 27 ก.ย. – คำพิพากษาจำนำข้าว/ 28 ก.ย. – 2Q17 GDP สหรัฐฯ

แนวรับ : 1658 / แนวต้าน : 1671 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)

 

หุ้นแนะนำ

  • BANPU (24) : ผลการดำเนินงานยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยบวกจาก Nav ที่เพิ่มตามมูลค่าของบริษัทลูกในธุรกิจไฟฟ้า อีกทั้งราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง 9.8x PER ขณะที่คาดการณ์ปันผล 5%
  • PRM* (14) : ขยายกองเรืออย่างต่อเนื่อง คาดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังเป็นบวกและเติบโตอย่างต่อเนื่อง หุ้นยังอยู่ในสถานะที่มีการถือครองน้อย (under-owned)
  • NWR* (1.70) : ผลการดำเนินงานปีนี้ Turnaround และจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2561 Backlog เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง และน่าจะได้ผลดีจากโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก
  • หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ: AMATA, KCAR*, TK*, ILINK*, JWD*, TWPC*, SLP*, PSL* TTA*MC*