วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (26 ก.ย.60)

สงครามวาจา

คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ จากสงครามวาจาระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ เข้าสู่จุดอันตราย หลังจากเกาหลีเหนือกล่าวหาว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศสงครามต่อตนแล้วในการกล่าวคำทางโซเชี่ยลมีเดียตอนช่วงสุดสัปดาห์ และกล่าวว่าเกาหลีเหนือมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ต่อการรุกรานทั้งหลาย แม้นอกอาณาเขตของตน นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 3% จากคำขู่ของตุรกีว่าจะปิดท่อส่งน้ำมันออกจากรัฐที่มีชาดเคิร์ดของอิรัก หุ้นน้ำมันน่าจะได้ประโยชน์ ไม่มีปัจจัยบวกและลบที่สำคัญในประเทศ

 

หุ้นเด่นวันนี้: CHG(ราคาปิด 2.52บาท; ซื้อ;ราคาเป้าหมายปี 60ของ AWS 2.80 บาท)

เราคาด บมจ. โรงพยาบาลจุฬารัตน์จะได้รับปัจจัยหนุนจากช่วงไฮซีซั่น ซึ่งโดยปกติแล้วจะตรงกับช่วงไตรมาส 3 ของปี หนึ่งในปัจจัยกระตุ้นได้แก่ การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงนี้ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มอุปสงค์บริการทางการแพทย์อย่างมาก นอกจากนี้ CHG น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์หลักจากการปรับขึ้นของค่าเหมาจ่ายจากสำนักงานประกันสังคมที่มีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีจำนวนผู้ประกันตนสูงกว่า 4 แสนราย ทำให้เราคาดการณ์กำไรสุทธิของบริษัทในช่วงครึ่งหลังปี 60 จะเติบโต 15% YoYอยู่ที่ประมาณ 336 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลง 0.4% YoYในช่วงครึ่งปีแรก ในอนาคตเรามองว่าบริษัทอาจได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกของ CHG ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเป็นหลัก เราคาดการขยายตัวของธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรมจะช่วยหนุนจำนวนคนไข้เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้ว เราคาดการณ์กำไรจะเติบโต 7.6% ในปี 60 และ 22.7% ในปี 61 Price Pattern ของ CHG แม้ว่าจะมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal แต่ Price Pattern ของ CHG ระยะสั้นนั้นเริ่มกลับมีความแข็งแกร่งจากการเกิด Daily Buy Signal และ Price Pattern ของ CHG จะเปลี่ยนจากแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาลง (Downtrend) ไปสู่แนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) หาก CHG สามารถปิดตลาดรายเดือนได้เหนือ 2.58 บาทเป็นอย่างน้อย เนื่องจากจะทำให้ Price Pattern ของ CHG กลับมาเกิด Monthly Buy Signal ครั้งใหม่ เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ CHG จากความแข็งแกร่งในระยะสั้นมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 2.60 บาท ซึ่งหาก Price Pattern ของ CHG มีความแข็งแกร่งที่มากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 2.60 บาทได้สำเร็จ จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 2.72 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 2.86 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ CHG มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 2.42 บาท(Resistance: 2.54, 2.56, 2.58; Support: 2.50, 2.48, 2.46)

 

ปัจจัยสำคัญ                                                                                                       

ประเด็นในประเทศ:

  • ศาลฎีกาจะอ่านคำตัดสินคดีรับจำนำข้าวในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย. ) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหาว่าประมาทเลินเล่อในการป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งนี้การอ่านคำตัดสินดังกล่าวถูกเลื่อนออกมาจากวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา หากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาจต้องโทษจำคุกถึง 10 ปีและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามมีคำถามว่าศาลจะอ่านคำตัดสินตามกำหนดหรือไม่ (เดอะเนชั่น)
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดมาตรฐานการจำกัดความเสี่ยงของธนาคารกลุ่มDSIBs (ธนาคารที่มีระบบสำคัญภายในประเทศ)ธนาคารที่ถูกกำหนดว่าเป็นธนาคารที่มีนัยต่อความเสี่ยงของระบบ ได้แก่ ธ. กรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และ กรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวล้วนเป็นธนาคารที่มีความมั่นคง แข็งแรง และไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด โดยมีระดับเงินกองทุนที่สูงอยู่แล้ว สำหรับประกาศดังกล่าวที่ออกเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้กำกับดูแลในต่างประเทศก็มีการกำหนดธนาคารที่มีนัยต่อความเสี่ยงของระบบเช่นเดียวกัน ธปท จะแถลงข่าวเรื่องการออกประกาศ ในวันอังคารที่ 26 ซึ่งเป็นแนวปฎิบัติปกติของการออกประกาศธปท โดยทั่วไป (ธปท.)
  • BoTเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังในการตรวจสอบธนาคารพาณิชย์เพื่อช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากรายได้ดอกเบี้ยเงินฝาก (บางกอกโพสต์)
  • GL คาดรายได้-กำไรสุทธิ 5 ปีข้างหน้าโต 10 เท่าเหตุขยายธุรกิจใน 7 ประเทศที่มีการเติบโตดีนายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด(มหาชน) หรือ GL ระบุ รายได้-กำไรสุทธิจะเติบโต10เท่าภายใน 5 ปี เหตุพอร์ตสินเชื่อใน 7 ประเทศเติบโต คาดกลุ่มลูกหนี้สิงคโปร์-ไซปรัสชำระหนี้หมดภายในปี 60-61จากปัจจุบันที่มีหนี้อยู่50ล้านเหรียญฯ (อีไฟแนนซ์ไทย)
  • TCAP จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกปี 60 จำนวน 0.90 บ./หุ้นบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติ จ่ายปันผลเป็นเงินสดงวดครึ่งปีแรก 2560 อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.90 บาท/หุ้น วันที่จ่ายปันผล 20 ต.ค. 2560 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 05 ต.ค. 2560(อีไฟแนนซ์ไทย)
  • VIBHA มั่นใจรายได้ปีนี้โตทะลุ 10% หลัง Q3/60 ไฮซีซั่น - รพ.ในเครือเริ่มพลิกกำไรนายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ VIBHA ให้สัมภาษณ์กับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" โดย VIBHA มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 10% แย้ม Q3/60 ไฮซีซั่นของปี หลังเข้าฤดูฝนจำนวนผู้ใช้บริการล้น และรพ.ในเครือเริ่มพลิกกำไร เผยใช้งบ 300 ล้านบาท ให้รพ.วิภาราม เข้าถือหุ้น 51% (อีไฟแนนซ์ไทย)

ต่างประเทศ:

  • สงครามวาจารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือเผยว่าการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศสงครามกับเกาหลีเหนือเหนือนั้น เกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐแม้ว่าเครื่องบินเหล่านี้จะไม่อยู่ในน่านฟ้าของเกาหลีเหนือก็ตาม ส่วนทำเนียบขาวได้โต้แย้งกับการประกาศดังกล่าว (รอยเตอร์)
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบกับสกุลเงินหลักเมื่อวันจันทร์ หลังนางอังเกลา แมร์เคิลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งบวกกับการเพิ่มขึ้นของเสียงสนับสนุนฝ่ายขวาจัดที่ต่อต้านยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐล่าสุดอ่อนค่าเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิสจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์  ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปิดเพิ่มขึ้น 37% อยู่ที่ 92.661  เงินยูโรมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล (รอยเตอร์)
  • อัตราผลตอบแทนสหรัฐร่วงลงเมื่อวันจันทร์ ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด และจากความวิตกกังวลเกี่วกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลงตัวลงเกือบ 2 bps ที่ระดับ 246% ในวันอังคารนี้ นางเยลเลนมีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “แนวโน้มของการเติบโต: ประเมินปัจจัยพื้นฐานใหม่” ในเวลา 1645 GMT (รอยเตอร์)

สหรัฐ

  • ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้กดดันดัชนีแนสแดคอย่างหนัก ในขณะที่ถ้อยแถลงจากเกาหลีเหนือต่อสหรัฐได้เพิ่มความวิตกกังวลมากขึ้น (รอยเตอร์)

ยุโรป:

  • หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์หลังจากที่นายกรัฐมนตรี แองเจล่า แมร์เคิลรักษาตำแหน่งของเธอเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันแต่มีความเห็นว่าพรรคของเธอนั้นอ่อนแอลงโดยมีเหตุหลักมาจากการสนับสนุนของฝ่ายขวาในยุโรป(รอยเตอร์)

เอเชีย:

  • ประธานาธิบดีชินโซอาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่าเขาจะยุบสภาล่างเพื่อเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันพฤหัสนี้ เพื่ออำนาจในการจัดการกับความวุ่นวายจากเกาหลีเหนือและจัดการปรับสมดุลกับระบบประกันสังคม ทั้งนี้นายอาเบะอยู่ในตำแหน่งกว่า 5 ปีด้วยกัน ซึ่งเขาต้องการจัดการเลือกตั้งในวันในเดือนข้างหน้า เพื่อเพิ่มเก้าอี้ในสภาจากประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านมีความแตกแยกภายในพรรค (รอยเตอร์)
  • จีนได้ออกมากล่าวว่าทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตขีปนาวุธเกาหลีเหนือควรจะถอยคนละก้าว และไม่ควรที่จะเพิ่มน้ำมันเข้าไปในกองเพลิง ท่ามกลางคำพูดที่แข็งกร้าวของทั้งฝ่ายประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และทางผู้นำสูงสุดคิมจองอุนของเกาหลีเหนือเอง (รอยเตอร์)
  • ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าจะเดินทางไปจีนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางที่จะไปประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN summit) ในฟิลิปปินส์ และ เอเปค (Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) ที่เวียดนาม (รอยเตอร์)

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์หลังจากที่ผู้ผลิตกล่าวว่าตลาดโลกกำลังมาถึงการปรับสมดุลอีกครั้งในขณะที่ตุรกีขู่ว่าจะลดการส่งน้ำมันจากเขตเคอร์ดิสถานของอิรักไปยังท่าเรือของตน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 2.16 เหรียญสหรัฐ (+3.8%) ที่ 59.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก. ค. 2015 ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 1.56 เหรียญสหรัฐ (+3.0%) แตะระดับ 52.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน (รอยเตอร์)
  • ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นแรงขับให้เงินไปลงที่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาทองคำพุ่งขึ้น 0.85% ที่ US $ 1,06 ต่อออนซ์ ฟิวเจอร์สทองคำสหรัฐสำหรับการส่งมอบในเดือน ธ.ค. ปรับตัวขึ้น 14 US $ (+1.1%) ที่ 1,311.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (รอยเตอร์)