กำไร 2Q60 –YoY และ –QoQ พร้อมปรับประมาณการกำไรปี 60 ลง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไร 2Q60 ที่ 5.4 ล้านบาทหดตัว 51%YoY และ หดตัว 21%QoQ : รายได้ทรงตัวในระดับเดียวกับ 2Q59 ที่ 143 ล้านบาทแม้ว่าความต้องการสินค้า Solvent base ลดลงสำหรับอุตสาหกรรมรองเท้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงจาก 28.45% ในไตรมาสก่อนสู่ 26.62% เนื่องจากราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะบางและเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้น 1.1 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนสู่ 32.76 ล้านบาทจากการขยายตลาดใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการเพิ่มจำนวนนักวิจัยทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้มีผลขาดทุนจากการจำหน่ายเครื่องจักรเก่าอีก 1.5 ล้านบาทเข้ามากดดันเพิ่มเติม ส่งผลให้บริษัทรายงานกำไร 2Q60 ที่4 ล้านบาท -51%YoY และ -21%QoQ และรายงานกำไร 1H60 ที่ 12.4 ล้านบาท -43%YoY คิดเป็นเพียง 27% ของประมาณการเดิมของเราที่ 46 ล้านบาท
- ปรับลดกำไรปี 60 และ 61 ลง 37% และ 36% จากประมาณการเดิมตามลำดับ : ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปี 60 และ 61 ลงจาก 46 ล้านบาทและ 58 ล้านบาทสู่ 29 ล้านบาทและ 37 ล้านบาท ลดลง 37% และ 36% ตามลำดับ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้เป็นผลจากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ และต้นทุนขายมีแนวโน้มทรงตัวใน 2H60 หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 1H60 อยู่ที่ 22.9% ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ 19.1% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่ตลาดใหม่ อีกทั้งมีการจ้างนักวิจัยเพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
- คาดผลประกอบการ 2H60 เติบโต 35%YoY จาก High season : เราคาดว่าผลประกอบการใน 2H60 อยู่ที่ราว 16.7 ล้านบาท เติบโต 35%จาก 1H60 เนื่องจากครึ่งปีหลังจะเข้าสู่ช่วง High season โดยบริษัทเน้นขยายฐานลูกค้าของกาว Hot melt กาว PUR และกาว Solvent ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นขายสินค้าไปยังกัมพูชา เวียดนาม พม่า และออสเตรเลียซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า 6% นอกจากนี้มีการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมทั้งเครื่องบรรจุและเครื่องผสมกาวอีก 2 เครื่องคาดว่าแล้วเสร็จภายใน ธ.ค. นี้ซึ่งจะเป็นตัวหนุนผลประกอบการปี 61 เพิ่มเติม
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 3.66 บาท : ฝ่ายวิจัยปรับใช้ราคาเหมาะสมจากปี 60 เป็นปี 61 โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PEG Ratio ที่อัตราการเติบโตของกำไรปี 61 ที่ 27.5% และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 61 อยู่ที่ 133 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมที่ 3.66 บาทเพิ่มขึ้นจากราคาเหมาะสมปี 60 ที่ 3.65 บาท โดยราคาปิดล่าสุดต่ำกว่าราคาเหมาะสมจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
การเจาะตลาดกาวร้อนชนิด PURและกาวน้ำล่าช้ากว่าแผน









