มองข้ามไปยังไตรมาส 4/60 และปี 2561
ประเด็นการลงทุน
กำไรของ BJC มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป ดังนั้นเราเชื่อว่าถึงเวลาที่ต้องมองถึงผลประกอบการของ BJC ที่จะฟื้นตัว
ในไตรมาส 4/60 และเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับจากนั้น ดังนั้นเราจึงปรับระยะการลงทุนเป็นสิ้นปี 2561 ซึ่งทำให้ราคาเป้าหมายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 56.5
บาท พร้อมกันนี้ เราได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”
BIGC ฟื้นตัวแกร่ง
ไตรมาส 3/60 น่าจะเป็นไตรมาสแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 4/57 ที่ยอดขายสาขาเดิมจะกลับมาเติบโต โดยยอดขายสาขาเดิมในเดือนก.ค. เติบโต 2.7% และเร่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% ในเดือนส.ค. เนื่องจากมีฐานต่ำในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กอปรกับยอดขายอาหารแห้งและผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านสูงขึ้น แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่งนี้น่าจะต่อเนื่องมายังเดือนก.ย. เนื่องจากปัจจัยบวกดังกล่าวยังคงอยู่ ดังนั้นเราคาดยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสนี้จะขยายตัวได้สูงถึง 6% และจะน่าตื่นเต้นขึ้นอีกในไตรมาส 4/60 เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ถึง 7% หนุนโดยฐานที่ต่ำมากในช่วงไว้อาลัยในไตรมาส 4/59 เพื่อสะท้อนปัจจัยการฟื้นตัวแกร่ง เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ BJC ปี 2560 และ 2561 ขึ้น 4% และ 8% ตามลำดับ
อัพเดตกลยุทธ์การค้าของ BIGC
บริษัทใช้อาหารสดในการดึงลูกค้าเข้าห้าง คุณภาพและความสดของอาหารดีขึ้นในขณะที่ปรับราคาอาหารลงแต่ไม่กระทบอัตรากำ ไร เนื่องจากประสิทธิภาพการจัดการดีขึ้นหลังเปิดใช้ศูนย์กระจายสินค้าอาหารสดแห่งใหม่ บริษัทปรับผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านและตั้งเป้าจะให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าหลัก โดยในไตรมาส 2/60 บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ (Besico) ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของเองภายใต้กลุ่มของใช้ในบ้าน ปัจจุบันแบรนด์ดังกล่าวมีสินค้า 500 SKUs และบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 1000 SKUs ในปี 2560 ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านจะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักที่จะทำให้สัดส่วนยอดขายสินค้าเฮาส์แบรนด์เพิ่มขึ้นจาก 7% ในปัจจุบันเป็น 15% ในปี 2564 ตามเป้าหมายของ BJC ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC น่าจะทยอยปรับสูงขึ้นตามทิศทางของส่วนผสมยอดขาย
คาดกำไรสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 4/60 และเติบโตต่อเนื่องจากนั้น
แม้ยอดขายสาขาเดิมของ BIGC จะเติบโตแกร่งในไตรมาส 3/60 กำไรของบริษัทอาจชะลอตัว YoY เนื่องจากมีฐานสูงจากอัตรากำไรสูงกว่าปกติถึง 17.8% ในไตรมาส 3/59 อีกทั้ง BJC ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านภาษีจากดอกเบี้ยของเงินกู้ที่ใช้ในการซื้อกิจการ BIGC จนกว่าการปรับโครงสร้างภายในจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/60 ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาส 3/60 จะยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้นแม้ธุรกิจอื่นๆของ BJC จะเติบโตดีกำไรสุทธิต่อหุ้นจะยังทรงตัว YoY ในไตรมาส 3/60 อย่างไรก็ตาม เรามองข้ามผลประกอบการไตรมาส 3/60 ไปยังการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป โดยนอกจากทุกธุรกิจของ BJC จะฟื้นตัวแกร่งแล้วผลประโยชน์ทางภาษีในไตรมาส 4/60 และการกลับภาษีส่วนหนึ่งที่จ่ายไปในไตรมาส 1/60-3/60 จะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเติบโตเท่าตัวในไตรมาส 4/60 อีกทั้งภาพการเติบโตในปี 2561 ดูชัดเจน หนุนโดยดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงทั้งในส่วนของ BJC และ BIGC









