Fundamental View
Gold
เดือนนี้ติดตามข้อมูลความคืบหน้าของแผนการปฏิรูปโครงสร้างภาษีสหรัฐฯและโอกาสที่จะมีการผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่อีกครั้ง โดยมีประเด็นการ shutdown หน่วยงานรัฐบาลเป็นความเสี่ยงหลักที่จะสร้างความผันผวนระยะสั้นให้กับตลาดการเงิน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับเอเชียในแต่ละภูมิภาคจะเป็นเรื่องรอง เช่นเดียวกับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่ถ้าหากมิสไซล์เกาหลีเหนือไม่สร้างความเสียหายต่อประเทศใดโดยตรง จะยังไม่ถือเป็นผลบวกสนับสนุนการขึ้นของราคาทองคำ ขณะที่หากการปรับลดวงเงิน QE ของ ECB มีความสอดคล้องกับแผนการปรับลดงบดุลของ Fed จะเป็นแรงฉุดต่อราคาทองคำในเดือนนี้ได้ ส่วนมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำควรยืนเหนือแนวรับทางจิตวิทยาที่US$1,300เพื่อรักษาแนวโน้มการขึ้นในระยะกลาง
SET50
ภาคการส่งออกไทยที่เป็นบวกอย่างมากและมีแนวโน้มจะเป็นไปตลอดทั้งปี เพิ่มอุปสงค์ต่อเม็ดเงินซึ่งกดให้เงินบาทอยู่ในภาวะแข็งค่าต่อไปและหากเดือนนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสะสมตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง โอกาสที่เงินบาทในช่วงปลายปีจะลงไปถึงระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ก็มีมากขึ้น แต่คาดว่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยในแง่เงินไหลเข้า เนื่องจากภาพรวมทางการเมืองกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในปีหน้าและยัง laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มตลาดเกิดใหม่
Technical View
Gold : ราคาสร้างกรอบสวิงระยะสั้นโดยตั้งฐานรับไม่หลุดUS$1,300 MACD อ่อนกำลังลงกว่าช่วงก่อนหน้า RSI ตกลงจากภาวะ oversold ส่วน stochastic กำลังจะตัดเส้น signal ลงมา
คำแนะนำ : trading ในกรอบ US$1,300–1,330
Technical View
SET50 : วันนี้จับตาการสู้กันของแรงซื้อแรงขาย MACD, RSI และ stochasticให้แนวการเคลื่อนตัวในกรอบจำกัด จึงไม่ให้น้ำหนักการขึ้นพ้น 1,045 จุด ในวันนี้ ส่วนมุมมองต่อภาพรวมยังคงเดิม หากสัปดาห์นี้ปิดเหนือ 1,030 จุด จะสามารถคาดหวังการปรับขึ้นทำ new high ได้อีกครั้งก่อนพักตัวรอบใหญ่
คำแนะนำ : tradingในกรอบ 1,025–1,045 จุด








