วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (31 ส.ค.60)

ฟันด์โฟลวยังไม่ชัดเจน ย่ำฐานแกว่งตัวในกรอบ 1600-1620

แนวโน้มหุ้นไทยคาดแกว่งในกรอบและผลักดันการปรับขึ้นเป็นรายตัว หลังกระแสเงินทุนต่างชาติไม่ชัดเจน โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิลดลงเหลือ 677 ล้านบาท (จากวันก่อน 4,821 ล้านบาท) และมีสถานะขายสุทธิ 10,145 สัญญา   ปัจจัยภายนอกดูบวกสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง แต่การกลับมาแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ อาจทำให้หุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหว Underperform ตลาดโลกอีกครั้ง การเก็งกำไรช่วงสั้นเน้นเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ Laggard กว่าตลาด  อาทิ PTT, TCAP, LH, CPALL, SCB, PTTEP, CPF, BANPU, BDMS, ROBINS, TRUE, KCE, PTG ภาพใหญ่เรายังชอบหุ้นที่แข็งกว่าตลาด อย่าง โรงกลั่น (ค่าการกลั่นสูง/การปิดซ่อมโรงกลั่นใหญ่/เฮอร์ริเคน) TOP PTTGC BCP IRPC ESSO*/ ถ่านหิน (ราคาถ่านหินเข้า high season) BANPU LANNA* / หุ้นที่ได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นอย่างกลุ่มประกัน อาทิ TIP* BLA* / หรือมีประเด็นเฉพาะตัวอย่าง TPOLY* TLUXE* MACO* TMILL* ECF* PPS* BFIT* FER* / หุ้นที่เข้าคำนวณใน FTSE อย่าง EA* และ WORK

ภาพรวมกลยุทธ์: ดัชนีปรับขึ้นแรงทำให้อาจแกว่งตัวเมื่อทดสอบ 1620+/- การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยังมีการถือครองน้อย ราคาไม่แพงเกินไป และมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 3/60 และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ TOP, AMATA, TPOLY*

ประเด็นการลงทุน

โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เหตุนักลงทุนยังคงวิตกกังวลกับผลกระทบจากพายุฮาร์วีย์ / โลหะ ทรงตัว / ราคาสินค้าเกษตรปิดผสมผสาน / ค่าระวางเรือ (BDI) ปิดที่ 1,181.00 จุด (-1.83%) / ถ่านหิน Newcastle ปิดที่ 97.40 เหรียญ/ตัน (+0.36%)

เศรษฐกิจโลก - เงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นจากการรายงาน GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ (3% vs คาด 2.7%) และตัวเลขการจ้างงานเอกชน (237,000 vs คาด 185,000 ตำแหน่ง) ที่ดีกว่าคาด / คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนส.ค. เพิ่มขึ้นแตะ 111.9 สูงสุดในรอบ 10 ปี นับแต่ ก.ค.50 เศรษฐกิจจีน PMI ภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้น (51.7) ขณะที่ PMI ภาคบริการ (53.4) แม้จะลดลงเล็กน้อยแต่ยังคงเป็นการขยายตัว

กระทรวงการคลังเตรียมปรับเพิ่ม GDP - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 60 เพิ่มขึ้นจากที่ประมาณการไว้เดิม 3.6% เนื่องจากมีหลายปัจจัยดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยเฉพาะส่งออกที่ทั้งปีจะขยายตัวได้ถึง 6% สูงกว่าที่ประมาณการไว้ล่าสุดจะขยายตัวได้ 4.6% การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น โดยจะมีการประกาศการปรับตัวเลขจีดีพีทางการในเดือน ต.ค.นี้

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม - เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ครศ.) หรือ อีอีซี ได้ให้ข้อมูลกับนักลงทุนในงานไทยแลนด์โฟกัส 2017 ซึ่งมีความชัดเจนในเรื่องร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกจะถูกเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาช่วงต้นเดือน ก.ย. และน่าจะมีผลเป็นกฎหมายภายในสิ้นปีนี้ เดินหน้าดึงนักลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นบวกต่อ AMATA และ WHA

FTSE ปรับหุ้นในดัชนี – ประกาศหุ้นเข้าคำนวณ มีผล 15 ก.ย.นี้ FTSE Large Cap: (-) BH / FTSE Mid Cap: (+) EA BH / FTSE Small Cap: (+) WORK (-) MBKET / FTSE All Cap: (+) EA WORK (-) MBKET/ FTSE All World: (+) EA // ทั้งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อ EA และ WORK ที่ได้เข้าคำนวณในดัชนีหลายตัว

ประเด็นติดตาม: 31 ส.ค. - ประมูลรางคู่ ประจวบฯ-ชุมพร / 31 ส.ค. - ธปท.ผลักดันมาตรฐานกลาง QR code เพื่อการชำระเงิน /16 ก.ย. ภาษีสรรพสามิตใหม่ / 18 ก.ย.- ศาลนัดไต่สวนแผนฟื้นฟู EARTH

แนวรับ 1600/แนวต้าน : 1620 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)

หุ้นแนะนำ

  • TOP (98) : ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากค่าการกลั่น (GRM )ไตรมาส 3 ที่ยืนเหนือ 8 เหรียญ/บาร์เรล นอกจากนี้ GRM ยังได้แรงหนุนจากการปิดซ่อมโรงกลั่นจำนวนมากในช่วง ส.ค.-ก.ย. และพายุเฮอร์ริเคนกระทบกับโรงกลั่นและกำลังการผลิตในสหรัฐฯ **ค่าการกลั่นสิงคโปร์ล่าสุดอยู่ที่ 10 เหรียญฯ**
  • AMATA (21) : ผลการดำเนินงานเข้าสู่ช่วงแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง ขณะที่กฎหมาย EEC เข้าพิจารณา ก.ย. และน่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี เป็นปัจจัยบวกด้านจิติวทยา
  • TPOLY* (5.20) : ผลการดำเนินงานฟื้นตัวจากทั้งงานก่อสร้าง และรายได้ขายไฟจากการถือหุ้น 41% ใน TPCH ราคาปัจจุบันซื้อขายใกล้กับ NAV 4.73 บาท ที่คิดจาก TPCH ที่ 20 บาท หรือเท่ากับได้ธุรกิจรับเหมาฟรี (อ้างอิง TPCH ที่ 22 บาท NAV ของ TPOLY อาจสูงถึง 6.42 บาท)
  • หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ: BFIT* / ECF* / FER* / GUNKUL* / ACAP* / EA*