แผนธุรกิจชัดเจน แต่อาจต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะดอกผล
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าอัตรากำไรหลักของ BDMS ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในไตรมาส 2/60 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบเจ็ดปี อย่างไรก็ตาม ตลาดจะมีความมั่นใจต่อหุ้นก็ต่อเมื่อเห็นภาพอัตรากำไรฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งเรามองว่าต้องใช้เวลาบ้าง โดยมูลค่าหุ้นไม่ถือว่าถูกมากนัก BDMS ซื้อขายด้วย PER ปี 2560 ที่ 38.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์โลกที่ 37.2 เท่า ทำให้เรายังคงคำ แนะนำ “ถือ” โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2560 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 20.50 บาท (WACC of 6.5%, terminal growth rate 2%)
แผนธุรกิจสามปีชัดเจน
ผู้บริหารมีแผนธุรกิจปี 2560-2563 ชัดเจน โดยตั้งเป้าจะมีโรงพยาบาลในเครือรวม 50 แห่งภายในปี 2563 เพิ่มขึ้นจาก 44 แห่งในปี 2559 ซึ่งวางแผนเปิดโรงพยาบาลกรุงเทพ สุราษฏร์ ในปี 2560, เชียงราย ในปี 2561, จอมเทียน พัทยา, โรงพยาบาลนานาชาติ และ Phoenix ในปี 2562 และอีกหนึ่งแห่งที่ยังไม่เปิดเผยทำ เลในปี 2563 อีกทั้งมีโครงการ “the excellence center” โดยจะอัพเกรดโรงพยาบาล 9 แห่ง (โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่, เชียงใหม่, อุดรฯ, พัทยา และภูเก็ต; สมิติเวชสุขุมวิท, ศรีนครินทร์ และพญาไท2; และรอยัล พนมเปญ) เพื่อจะสามารถให้บริการระดับ super-tertiary โดยมุ่งเน้นผู้ป่วยต่างชาติมากขึ้น ทำให้ระยะยาว 3 ปี ข้างหน้าโอกาสที่สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติน่าจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นไปได้เป็น 34% ของรายได้รวม สูงขึ้นจาก 29% ในครึ่งแรกของปี 2560
แนวโน้มไตรมาส 3/60 ทรงๆ แม้กำไรเป็นช่วงไฮซีซั่น
คาดรายได้ธุรกิจการแพทย์จะฟื้นตัวแกร่งในไตรมาส 3/60 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น โดยคาดจะเติบโต YoY และ QoQ หนุนทั้งในแง่ปริมาณ และจำนวนกรณีหนักๆ โดยกำไรหลักน่าจะขยายตัว QoQ ได้ในไตรมาส 3/60 ตามปัจจัยทางฤดูกาล แต่มีแนวโน้มอัตรากำไรหลักจะยังคงลดลง YoY กดดันโดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับหุ้นกู้แปลงสภาพ ดังนั้นเราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/60 จะสามารถเพียงทรงตัว YoY แต่สูงขึ้น QoQ และคาดกำไรสุทธิลดลง QoQ ในไตรมาส 3/60 ทั้งนี้เนื่องจากมีกำไรพิเศษ 2.2 พันล้านบาท จากการขายหุ้น BH ในไตรมาส 2/60
เตรียมเปิด Wellness Center ในไตรมาส 4/60
ตลาดมีความกังวลต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเปิด BDMS Wellness Center ซึ่งตั้งอยู่บนถนนวิทยุ โดยศูนย์ฯ จะมีคลินิกผู้ป่วยนอก 8 แห่ง – สองคลินิค (เวชศาสตร์ชะลอวัย และ กล้ามเนื้อและกีฬา) จะเปิดในไตรมาส 4/60 และอีก 6 คลินิค (หัวใจ, ประสาท, ทางเดินอาหารและตับ, Breast screening, สืบพันธุ์ และทันตกรรม) ในครึ่งแรกของปี 2561 สำหรับผู้ป่วยในนั้นบริษัทคาดจะมีสมาชิก 100 รายในปี 2561 (50% เป็นต่างชาติ และอีก 50% เป็นคนไทย) ขณะที่คาดจะรายงานขาดทุนก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาในสองปีแรก และคาดจะถึงจุดคุ้มทุนในปีที่สาม
น่าจะเห็นอัตรากำไรฟื้นตัวเมื่อไหร่?
เราคาดว่าจะเห็นอัตรากำไรหลักฟื้นตัวเล็กน้อย YoY ได้ในไตรมาส 4/60 เนื่องจากฐานต่ำเพียง 11.9% ในไตรมาส 4/59 และคาดจะทรงตัว QoQ ได้แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายลดลง QoQ อันเกิดจากการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 1.6 พันล้านบาท (15.6% ของการออกหุ้นกู้แปลงสภาพรวม 1 หมื่นบาท) จากการใช้สิทธิแปลงสภาพ put option วันที่ 18 ก.ย. 2560 ทั้งนี้เนื่องจากอัตรากำไรหลักทำจุดต่ำสุดในรอบเจ็ดปีในครึ่งแรกของปี 2560 ไปแล้วดังนั้นเรามองว่าโอกาสที่อัตรากำไรจะลดลง YoY ในครึ่งแรกของปี 2561 มีค่อนข้างมีจำกัด









