ผลประกอบการไตรมาส 2/60 ออกมาตามคาด; คาดกำไรไตรมาส 3/60 โตแกร่ง
เป็นไปตามคาด
RPH ประกาศกำไรหลัก 15 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 2/60 สูงขึ้น 4% YoY และ 43% QoQ ผลประกอบการออกมาตามที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักเติบโต YoY หนุนโดยรายได้และอัตรากำไร ปริมาณผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่เติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียวหนุนรายได้เติบโต 4% YoY ขณะที่การปรับขึ้นอัตราค่ารักษาพยาบาลหนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น 80 bps YoY มาอยู่ที่ 31.4% อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายสูงขึ้น 170 bps YoY มาอยู่ที่ 16% เนื่องจากมีการทำประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลใหม่ที่กำลังจะเปิด แต่รายได้ที่เติบโตพยุงให้อัตรากำไรสุทธิยืนที่ 14.8% ทรงตัว YoY สำหรับ QoQ กำไรหลักพุ่งขึ้น 43% จากฐานต่ำในไตรมาส 1/60 เพียง 10 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิสูงขึ้น 490 bps แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น RPH ยังสามารถทำรายได้เติบโต QoQ 4% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. บริษัทยังคงสถานะเงินสดสุทธิ
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/60 หนุนโดยปัจจัยทางฤดูกาล คาดปริมาณผู้ป่วยจะฟื้นตัว เราตั้งสมมติฐานอัตราการใช้เตียงไว้สูงที่ 90% เช่นเดียวกับสมมติฐานต่อรายได้การแพทย์เติบโต YoY และ QoQ นอกจากปัจจัยด้านปริมาณผู้ป่วย อัตราค่ารักษาที่ปรับสูงขึ้น 5% ในเดือน ม.ค. จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นทั้ง YoY และ QoQ รายได้ที่สูงขึ้นจะมีน้ำหนักมากกว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น (ค่าโฆษณาสำหรับโรงพยาบาลแห่งใหม่) ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรสุทธิเติบโต YoY และ QoQ เรา
คาดบริษัทจะคงสถานะเงินสดสุทธิ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2560 เนื่องจากไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในไตรมาสสาม
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรครึ่งแรกของปี 2560 คิดเป็น 43% ของประมาณการของเรา (และที่ตลาดประเมิน) เรายังคาดว่ากำไรหลักปี 2560 จะลดลง YoY (กำไรต่อหุ้นจะลดลง 40% ซึ่งเป็นผลจาก dilution ตอน IPO) ขณะที่รายได้จะสูงขึ้น 1% ในปี 2560 เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 160bps มาอยู่ที่ 31.7%, อัตราค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายสูงขึ้น 150 bps มาอยู่ที่ 15% และอัตรากำไรสุทธิลดลง 240 bps มาอยู่ที่ 14.2% ในปี 2561 เราประเมินกำไรหลักอย่างอนุรักษ์นิยมลดลง 9% เพื่อสะท้อนต้นทุนพิเศษและค่เสื่อมราคาจากการย้ายไปให้บริการที่ตึกใหม่ (จากปัจจุบันมีเตียงผู้ป่วยใน 55 เตียง จะเพิ่มเป็น 22 เตียง)
คำแนะนำ
กำไรที่ฟื้นตัวในไตรมาส 2/60 หลังจากที่ลดลง 43% ในไตรมาส 1/60 น่าจะส่งผลบวกต่อราคาหุ้น เราคาด RPH จะเป็นเพียงโรงพยาบาลเดียวภายใต้การวิเคราะห์ของ BLS ที่สามารถรายงานกำไรเติบโต QoQ ในไตรมาสนี้ เราคาดแนวโน้มนี้จะต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3/60 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น เรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะกังวลถึงความเสี่ยงขาลงต่อกำไรจากต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากเราคาดว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 1/61 แม้ RPH ซื้อขายด้วย PER ปี 2560 ในระดับสูงถึง 47.3 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 35.7 เท่า)
PBV ของโรงพยาบาลอยู่ในระดับต่ำที่ 2.2 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 4.5 เท่า) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมายที่คิดด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 5.4 บาท (WACC 7.1%, terminal growth 2%)









