วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฐิติกรคาด 'สินเชื่อเช่าซื้อ' โตเกิน10%

“ฐิติกร”คาดสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในปีนี้ มีโอกาสเติบโตเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10%

“ฐิติกร”คาดสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในปีนี้ มีโอกาสเติบโตเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10% จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว การลงทุนภาครัฐและการช่วยเหลือสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยคนละกว่า2 พันบาท ช่วยหนุนกำลังซื้อต่างจังหวัดในครึ่งปีหลัง มีแผนเปิดสาขาใหม่ในกัมพูชาอีก3แห่งในปีนี้

นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)TK เปิดเผยว่า ภาพรวมการให้สินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในปีนี้ เติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา และมีโอกาสเติบโตได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10% หลังจากช่วงไตรมาสแรกสินเชื่อโตแล้ว 4% จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แม้ว่าราคาพืชผลเกษตรยังไม่ได้ปรับขึ้น แต่การลงทุนของภาครัฐ และนโยบายช่วยเหลือสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยกว่าคนละ 2 พันบาท ก็จะช่วยหนุนกำลังซื้อในต่างจังหวัดในช่วงครึ่งปีหลังให้ดีขึ้น

“แม้มีโอกาสที่สินเชื่อจะโตได้มากกว่า10% แต่บริษัทก็ยังไม่ได้ปรับเป้าหมายใหม่ ขอดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะยังมีความกังวลว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องภัยแล้งหรือไม่ อย่างไรก็ตามมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาก็จะมีส่วนช่วยหนุนเรื่องกำลังซื้อและความมั่นใจให้ดีขึ้น”

สำหรับเรื่องหนี้เสียนั้น แม้ว่าการผ่อนชำระของลูกค้าอาจจะช้าลงบ้าง แต่สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น ซึ่งล่าสุดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 4.6% ปรับตัวดีขึ้นจากสิ้นปีก่อน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถบริหารจัดการหนี้เสียให้ลดลงได้ เหลืออยู่ที่ระดับประมาณ 4% และคงจะไม่ลดลงต่ำไปกว่านี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตแบบปัจจุบัน

“มั่นใจว่าบริษัทมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 1 เราเติบโตติดต่อกันมาเป็นไตรมาสที่ 6 และมั่นใจว่าในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เราก็จะเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7”

เขากล่าวต่อว่า นอกจากการเติบโตในประเทศแล้ว บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจไปในต่างประเทศต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีสาขาในประเทศลาว และกัมพูชาแล้ว ซึ่งก็มีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่หนี้เสียก็น้อย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1% ของการให้สินเชื่อ ในปีนี้บริษัทจึงมีแผนเปิดสาขาเพิ่มในกัมพูชาอีก 3 สาขา และเปิดสาขาในประเทศอื่นเพิ่ม ซึ่งก็เป็นประเทศในแถบอาเซียน คาดว่าจะเปิดได้ในปลายนี้หรือในช่วงต้นปีหน้า

ทั้งนี้การทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้น มองว่ายังมีการเติบโตต่อเนื่องไปอีก 5ปี โดยไม่มีปัญหา แต่หลังจากนั้นการเติบโตอาจจะทรงตัว เพราะคนเริ่มมีอายุมากขึ้น ก็จะหันไปใช้รถยนต์มากกว่าจักรยานยนต์ แต่ในต่างประเทศยังมีโอกาสการเติบโตได้อีกมาก จากหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย บางคนอาจจะกลัวเรื่องความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงคุณภาพสินเชื่อยังอยู่ในระดับที่ดีมาก มีหนี้เสียค่อนข้างน้อย