วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (21 ก.ค.60)

อาจได้รับจิตวิทยาลบจาก ECB ส่งสัญญาณชะลอ QE ในอนาคต

คาดหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบ BOJ คงอัตราดอกเบี้นตามคาด แต่อาจได้รับจิตวิทยาลบจากการที่ ECB ส่งสัญญาณปรับลดวงเงิน QE ในอนาคต แม้ยังคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงเดือนธ.ค. แต่ ECB อาจหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวงเงินดังกล่าว ซึ่งตลาดมองเป็นการต่ออายุมาตรการ QE ออกไปในช่วงปีหน้า แต่น่าจะปรับลดวงเงินดำเนินการ ซึ่งน่าจะทำพร้อมการทบทวนประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ในช่วงประชุม ก.ย. สำหรับผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารโดยภาพรวมออกมาตามคาดหมาย ดังนั้นการปรับลดลงจากแรงทำกำไรเรายังมองเป็นโอกาสซื้อที่ดี

ทั้งนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการเสี่ยงซื้อหุ้นในกลุ่มที่ PER สูง โดยเฉพาะร.พ.หลัก แต่สามารถเลือกร.พ.ในประเทศซึ่งผลการดำเนินงานเข้าสู่ high season ในช่วงไตรมาส 3/60 อาทิ BCH, CHG ขณะที่หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งโดยเชิงโครงสร้างหรือมีโมเมนตัมของกำไรที่เพิ่มขึ้น จะโดดเด่นกว่าตลาด เรามองหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร บันเทิง โรงแรม และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ได้แก่ SCB, KBANK, MONO, ERW, MINT, TK*, TSR, AMANAH*, GCAP*, SIMAT การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ BANPU, BCP, SIMAT //เก็งกำไร TK*, TSR

ประเด็นการลงทุน

กลุ่มธนาคาร – หากไม่รวม BAY และ KTB ที่มีการตั้งสำรองกรณี EARTH ผลการดำเนินงานรวมไตรมาส 2/60 ของกลุ่มลดลงเพียงเล็กน้อย -3% QoQ และ -0.4% YoY ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและในภาวะที่ NPL เพิ่มขึ้น เรายังมองการปรับลงเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร

กลุ่มสายการบิน – ระวังจิตวิทยาลบจากต่างประเทศ หลังหุ้นสายการบินยุโรปปรับลดลงแรง โดยลุฟต์ฮันซา -8.5%, อีซีเจท -5.9% และอินเตอร์เนชั่นแนล คอนโซลิเดท แอร์ไลน์ -3.8% ทั้งนี้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 โดยปกติเป็น low season ของกลุ่ม การเก็งกำไรผลดีจากการแข็งค่าของเงินบาททำได้ แต่ควรมีการบริหารความเสี่ยงและการตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดี

ส่งออกเติบโตสูงสุดรอบ 6 ปี – ตัวเลขการส่งออกไทย มิ.ย.60 มีมูลค่า 2.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11.73% YoY ส่วนการนำเข้าเดือน มิ.ย.60 มีมูลค่า 1.83 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.74% YoY ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า มูลค่า 1,916.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

BBGI เข้า SET ปีหน้า – น้ำตาลขอนแก่น (KSL) ยกเลิกนำหุ้นลูกเข้า SET เปลี่ยนแผน ไปควบรวมบริษัทลูกบางจาก (BCP) ตั้งบริษัทใหม่ BBGI จ่อเข้าซื้อขายปีหน้า ทั้งนี้ในเชิงของการประเมินมูลค่าหุ้น (valaution) จาก sum-of-the-parts เรามอง BCP ที่ซื้อขายด้วย valuation ที่ต่ำ มีโอกาสเกิด re-rating จากธุรกิจของบริษัทลูกที่ซื้อขายด้วย PER แพงกว่า

โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อยระหว่างรอผลการประชุมโอเปค 24 ก.ค. โภคภัณฑ์อื่นทรงตัว โดยราคาถ่านหิน (Newcastle) ปิด 86.70 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 0.99% ค่าระวางเรือปิดที่ 964 เพิ่มขึ้น 1.69%

ประเด็นติดตาม: 20 ก.ค. – ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรป / 24 ก.ค. – ประชุมย่อยโอเปค

แนวรับ 1570/แนวต้าน : 1580 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)


หุ้นแนะนำ

• BANPU (24) : ราคาสะท้อนข่าวร้ายแล้ว ขณะที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 ฟื้นตัวจากหน่วยผลิตที่หงสากลับมาผลิตได้เต็มที่ ขณะที่ธุรกิจถ่านหินล็อคราคาขายระยะยาวแล้ว 70%

• BCP (40) : ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงบ้างจาก stockloss อย่างไรก็ตามครึ่งปีหลังแนวโน้มจะดีกว่าปกติ เนื่องจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันที่ลดลง และกำไรบริษัทลูกที่คาดจะปรับดีขึ้น โดยเฉพาะหลังการเข้าซื้อกิจการในอินโดนีเซียของ BCPG

• SIMAT (6.10) : คาดผลการดำเนิน turnaround งานฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อาจชะลอตัว QoQ แต่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังตามผลการดำเนินงานของธุรกิจ Label ของบ.ลูก

• ประเด็นลงทุน: TK* (ซื้อขายที่เพียง PER 11 เท่า ปันผล 4.3% ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคและราคาสินค้าเกษตร บริษัทปรับเป้าการปล่อยกู้ขึ้นเป็น 10% จาก 5%) / TSR (ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 คาดฟื้นตัวจากหนี้เสียผ่านจุดสูงสุด และมีโอกาสเติโตจากการจำนำทะเบียน)