วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (14 ก.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังปริมาณความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 หลังสัดส่วนความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น และแรงหนุนจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ปรับลดมากสุดในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา

+ ประเทศจีนมีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มขึ้น 8.79 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าร้อยละ 17.9 สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้นำมันดิบในประเทศจีน ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในเดือนที่ผ่านมา

- อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบจะปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ตลาดน้ำมันโลกมีโอกาสกลับเข้าสู่จุดสมดุลช้าลง โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้รายงานถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากการปรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของบางประเทศในกลุ่มโอเปค โดยเฉพาะประเทศลิเบียและไนจีเรีย เป็นต้น

+ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดเศรษฐกิจโลกปี 2017 จะขยายตัว 3.5% ส่วนปี 2018  โต 3.6% สูงกว่าเล็กน้อยจากที่ประมาณไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2016 จากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคของประเทศผู้ส่งออกสินค้าคอมมูดิตี้ที่ปรับตัวดีขึ้น และการลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วมีเพิ่มมากขึ้น 


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ดีของสหรัฐ และการนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการส่งออกน้ำมันเบนซินจากยุโรปไปยังตะวันออกกลางลดลง ส่งผลให้ผู้ซื้อในตะวันออกกลางยังคงต้องนำเข้าจากเอเชียอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่ากับราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานในภูมิภาคที่ตึงตัว ประกอบกับมีโรงกลั่นในภูมิภาคตะวันออกกลางปิดซ่อมบำรุง และอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประเทศจีน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

        ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

        ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับตัวลดลง จากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 7.6 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 495.4 ล้านบาร์เรล

- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพียง 94 แท่นในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 แท่น

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาสามารถส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน ในขณะที่ลิเบียปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้

- ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่


------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999