บล.บัวหลวง ยืนยันมุมมองหุ้นไทยเชิงเทคนิค นักลงทุนต้องใช้ “ความระมัดระวัง” หาก 1-2 วัน ดัชนีไม่กลับตัวยืนเหนือ 1,575 จุด แนวโน้มระยะกลางเปลี่ยนเป็น “ขาลง”
นายธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค บล.บัวหลวง ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซีย ทำให้มีมุมมองในเชิง “ระมัดระวังต่อตลาดหุ้นไทย” โดยเชื่อว่าแรงสู้ของตลาดบริเวณ 1,560 จุด ยังไม่ใช่จุดกลับตัวที่ชัดเจน
สอดคล้องกับกระแสเงินลงทุนที่เริ่มชะลอตัวลง หลังมีปัจจัยลบเข้ามากดดัน คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งอาจใช้มาตรการคุมเข้มทางการเงินมากขึ้น ส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลออกจากสินทรัพยเสี่ยง ดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่า และเม็ดเงินจากต่างชาติชะลอตัว
นอกจากนี้ความวิตกกังวลในคาบสุมทรเกาหลี และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงยังส่งผลให้ “หุ้นกลุ่มพลังงาน”ปรับตัวลง
“หาก 1-2 วันข้างหน้าดัชนีไม่กลับขึ้นไปยืนปิดเหนือ 1,575 จุด อาจส่งผลให้แนวโน้มระยะกลางเปลี่ยนเป็นขาลง แนะนำลดสัดส่วนการลงทุนเหลือ 30% ถือเงินสด 70%”
เขา กล่าวต่อว่า หุ้นที่มีสัญญาณปรับลงหรือหลุดแนวรับ แนะนำลดพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนกลยุทธ์การเทรดในภาวะตลาดปรับลง เราจะเลือกใช้ Parameter ที่เหมาะสมกับภาวะการลงทุน คือ 1.วิเคราะห์แนวโน้มของหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือลง 2.เส้นค่าเฉลี่ยจะเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำในช่วงตลาดขาชึ้นหรือลง 3.ใช้จุด Stop loss เป็นตัวจำกัดความเสี่ยง
สำหรับหุ้นที่มีสัญญาณบวก สอดคล้องกับสัญญาณเทคนิค คือ หุ้น PTTGC แนวรับ 69 บาท แนวต้าน 72-73 บาท หุ้น KCE แนวรับ 104 บาท แนวต้าน 112 บาท และหุ้น SINGER แนวรับ 11.9 บาท แนวต้าน 14 บาท ส่วนหุ้นที่คงเหลือในพอร์ต คือ JMART ,SAWAD ,PSH, PTTGC ,MONO, SCC ,THAI, INTUCH, DELTA และ SINGER
“แม้ภาวะตลาดจะมีแรงซื้อกลับ แต่หากพิจารณาจากเครื่องมือทางเทคนิคที่เริ่มบ่งชี้ไปในทางลบเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เช่น ดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยระยะกลาง เครื่องมือทางเทคนิคค่า MACD ตัดเส้น Signal line ลง Parameter ต่างชี้ว่า โมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยชะลอตัวลง” กูรูหุ้นเทคนิค กล่าว








