วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีอีเอ'แนะเร่งยกระดับธุรกิจจัดแสดงสินค้า

ทีอีเอ แนะรัฐ-เอกชน ผนึกความร่วมมือยกระดับธุรกิจจัดแสดงสินค้าไทย ปูทางขยายงานเอ็กซิบิชั่น  หลังพบกระจุกตัวกรุงเทพฯ 90%  ขณะดีมานด์หัวเมืองใหญ่พุ่ง ระบุหน่วยงานระดับจังหวัดขาดมืออาชีพ  

นายพรรธระพี ชินะโชติ อุปนายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ ทีอีเอ กล่าวว่า สถานการณ์ธุรกิจการจัดแสดงสินค้าในไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา เติบโตกว่า20% ทั้งในเชิงการจับจองพื้นที่จัดงาน และจำนวนผู้เยี่ยมชมงาน เป็นผลมาจากนโยบายทางเศรษฐกิจส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลที่เริ่มมีความมั่นคงและชัดเจน ทำให้ต่างชาติมั่นใจในการซื้อ-ขายดำเนินธุรกิจ

จากแนวทางรัฐบาลที่ต้องการกระจายเศรษฐกิจสู่ระดับภูมิภาค และเริ่มมีการก่อสร้างศูนย์ประชุมในต่างจังหวัดมากขึ้น แต่การจัดงานแสดงสินค้าทั้งระดับธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) และธุรกิจต่อผู้บริโภค (บีทูซี) หรือคอนซูเมอร์แฟร์ต่างๆ ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ กว่า 90% โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ โครงสร้างไม่เอื้ออำนวย และขาดมืออาชีพช่วยบริหารจัดการและทำการตลาด

ปัญหาแรก มักพบว่าการลงทุนก่อสร้างศูนย์ประชุมโดยงบประมาณของจังหวัดหรือหน่วยงานต่างๆ ขาดคำแนะนำจากมืออาชีพในการวางแบบแผนหรือทำเลการก่อสร้างที่จะตอบสนองความต้องการเฉพาะของการจัดงานแสดงสินค้า เช่น ศูนย์ประชุมเชียงราย ที่มีทำเลตั้งอยู่หน้าเรือนจำ ที่จอดรถไม่พอเพียง หรือการลงทุนของศูนย์ประชุมเชียงใหม่ ซึ่งใช้งบประมาณรัฐสูง แต่ปัจจุบันอัตราการใช้งานอยู่ที่ 30% เท่านั้น 

“ปัญหาส่วนหนึ่งเพราะโครงสร้างพื้นฐานไม่เอื้ออำนวย ขณะที่การบริหารก่อนหน้านี้ ไม่มีที่ปรึกษามืออาชีพเข้ามาช่วย ทำให้ขาดความพร้อมรองรับการจัดงาน”

ส่วนด้านบริหารจัดการและการตลาดในต่างจังหวัด ยังเป็นอุปสรรค เพราะมักมีเพียงการจัดงานหลักประเภทคอนซูเมอร์แฟร์ที่ยังเติบโตได้ดี โอกาสที่จะนำงานส่งเสริมการขายประเภท โฮมโปร หรือ เพาเวอร์บาย จับตลาดผู้บริโภคยังมีอยู่ เพราะมีผู้เล่นสำคัญอย่างกลุ่มค้าปลีก เช่น เครือเซ็นทรัล ที่ลงทุนสร้างพื้นที่รองรับการแสดงสินค้า แต่การจัดเทรดโชว์อุตสาหกรรมอื่นๆ ่ในกรุงเทพฯ มีการเติบโตแข็งแกร่ง เช่น เครื่องจักรกล เทคโนโลยีการผลิต ยังมีไม่มาก เพราะงานส่วนใหญ่ไปมุ่งขายในเชิงลดแลกแจกแถมมากเกินไป

นายพรรธระพี กล่าวด้วยว่า การส่งเสริมให้ธุรกิจแสดงสินค้ากระจายไปยังภูมิภาค จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานรัฐที่มีความชำนาญให้คำปรึกษาให้ไกด์ไลน์ตั้งแต่เริ่มกระบวนการ รวมถึงกระตุ้นให้ภาคเอกชนที่รวมตัวกันในนามสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าระดับภาค ร่วมมือผลักดันการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าในเชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น

สำหรับตัวอย่างการลงทุนในต่างจังหวัดที่น่าสนใจ คือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) ซึ่งเป็นการลงทุนโดยเอกชน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่มีการวางพื้นที่เหมาะสมราว 1.4 หมื่นตร.ม.สำหรับพื้นที่จัดงานในร่ม และมีการวางแผนการบริหารจัดการและทำการตลาดโดยมืออาชีพ ทำให้เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจเอ็กซิบิชั่นด้วย

ดังนั้น เมื่อเทียบเคียงกับศูนย์ประชุมเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้อยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง จึงควรเร่งปรับแผนงานเพื่อไม่ให้การจองพื้นที่จัดงานในช่วงนี้สะดุด รวมถึงพิจารณานำมืออาชีพร่วมบริหาร เพื่อทำให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่