แดสซอลท์ ฟอลคอน ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ท สัญชาติฝรั่งเศส เล็งลงทุนศูนย์ซ่อมเครื่องบินเจ็ทในไทย หลังรัฐดันไทย “ฮับ”ซ่อมอากาศยานในภูมิภาค ขณะตลาดในไทยและเอเชียแปซิฟิกขยายตัวต่อเนื่อง
จากการที่ภาครัฐมีนโยบายให้ไทยเป็น “ศูนย์กลาง” (ฮับ) ซ่อมอากาศยานระดับภูมิภาค ส่งผลให้ “ธุรกิจการบิน”ต่างชาติเริ่มแสดงสนใจที่จะเข้ามาจัดตั้งศูนย์ซ่อมแซมอากาศยานในไทยมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ บริษัทแดสซอลท์ ฟอลคอน ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องบินเจ็ท สัญชาติฝรั่งเศส
นายฌอง มิเชล จาคอบ ประธาน บริษัท แดสซอลท์ เอวิเอชั่น ฟอลคอน เอเชียแปซิฟิก ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องบินสัญชาติฝรั่งเศส แบรนด์แดสซอลท์ ฟอลคอน (Dassault Falcon) กล่าวว่า ตลาดไทยถือเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการขยายตลาดของแดสซอลท์ฯ
โดยส่วนหนึ่งมองว่าประเทศไทยเริ่มมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองดีขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆในไทยยังคงขยายตัว จึงเป็นช่วงที่สามารถเข้าไปทำตลาดรองรับความต้องการลูกค้าสนใจซื้อเครื่องบินเพื่อใช้เสริมประสิทธิภาพการขยายธุรกิจและอุตสาหกรรมได้มากขึ้น เช่น การใช้เครื่องบินเดินทางไปเจรจาทางธุรกิจขององค์กรชั้นนำในไทยไปยังประเทศใกล้เคียงต่างๆ
โดยในปัจจุบันแดสซอลท์ฯได้ส่งมอบเครื่องบินเจ็ทในไทยแล้ว 4 ลำ จากจำนวนเครื่องบินเจ็ทในไทยที่มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 40 ลำ ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายจะส่งมอบเพิ่มเป็น 5 ลำในปีนี้
“บริษัทยังมองแผนการขยายตลาดในไทยมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นสร้างการรับรู้แบรนด์แดสซอลท์ ฟอลคอน ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างๆมากขึ้น”
ประธาน บริษัท แดสซอลท์ เอวิเอชั่น ฟอลคอน เอเชียแปซิฟิก ยังระบุว่า สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก ได้มองโอกาสการเติบโตในตลาดใหญ่ และตลาดที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนดี เช่น จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และไทย
เล็งตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบินในไทย
นอกจากนี้ ในอนาคตยังสนใจพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการจัดศูนย์ให้บริการในไทย โดยเฉพาะศูนย์ให้บริการซ่อมแซมอากาศยานครบวงจร หรือ MRO (Maintenance Repair and Overhaul) โดยในเบื้องต้นจะให้บริการแก่เครื่องบินของแดสซอลท์ ฟอลคอน
ชี้ความต้องการเจ็ทพิสัยไกลมากขึ้น
ขณะเดียวกันพบว่า แนวโน้มตลาดนี้เริ่มมีความต้องการเครื่องบินที่บินได้ในพิสัยไกลมากขึ้น เช่น เครื่องบินที่สามารถบินจากเส้นทางกรุงเทพฯไปยังเมืองต่างๆในเอเชีย รวมถึงเส้นทางจากกรุงเทพฯไปยุโรป หรือเส้นทางปักกิ่ง ประเทศจีนไปยังนิวยอร์ค สหรัฐฯ ได้แบบนอน-สต็อป โดยในปัจจุบันบริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ทั่วโลก
แบ่งเป็น ทวีปอเมริกาเหนือ 65% ยุโรป 26% แอฟริกา 3% อเมริกาใต้ 2% ตะวันออกกลาง 2% เอเชีย 1% และออสเตรเลีย อีก 1% โดยส่งมอบเครื่องบินทั่วโลกแล้วกว่า 2,110 ลำ ใน 89 ประเทศ โดยมีเครื่องบินที่ส่งมอบใช้งานในเอเชียแปซิฟิกแล้วกว่า 100 ลำ และมีการเติบโตในภูมิภาคนี้เฉลี่ยปีละ 5 -10%
นอกจากนี้ ยังมีโรงงานประกอบไพรเว็ทเจท (Assembly Line) และโรงประกอบปีก (wing) เครื่องบิน ตั้งอยู่ที่เมืองบอร์กโดซ์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดยโรงประกอบปีกเครื่องบินแห่งนี้มีกำลังการผลิตเพื่อป้อนเครื่องบินได้สูงสุด 100 ลำต่อปี และมีพนักงานในโรงงานรวมทั้งสิ้น 400 คน
ตั้งเป้าส่งมอบเครื่องบิน 45 ลำ
ขณะที่ภาพรวมของแดสซอลท์ฯ ในปีนี้ ตั้งเป้าหมายจะส่งมอบเครื่องบินทำตลาดทั่วโลก ทั้งในยุโรปตะวันตก เอเชียและโอเชียเนียให้ได้จำนวนรวม 45 ลำ ใกล้เคียงกับจำนวนที่ส่งมอบในปีก่อน แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับภาพรวมในปีก่อนมียอดขาย มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านยูโร หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.13 แสนล้านบาท โดยยังวางแผนการตลาดต่าง ทั้งการขายเครื่องบินฟอลคอนทั่วไป ,เครื่องบินกำลังทหารที่ใช้ในฝรั่งเศส และที่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ แดสซอลท์ ฟอลคอน ก่อตั้งโดยมาร์เซล โบลค์ซึ่งในภายหลังเป็นที่รู้จักกันในนามมาร์เซล แดสซอลท์(Marcel Dassaut) เริ่มผลิตใบพัดเครื่องบินที่ใช้ในอุตสาหกรรมในปี2458และพัฒนามาเป็นผู้ผลิตเครื่องบินในอุตสาหกรรมเครื่องบินพาณิชย์ ที่มีจำนวนหลากหลายรุ่น ได้แก่ Falcon 20, Falcon 10, Falcon 900, Falcon 2000, Falcon 7X, Falcon 8XและFalcon 5Xที่คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวในปี2563
ไทยซื้อไพรเวทเจ็ท38ลำปี59
จากการสำรวจของ “เอเชีย สกาย” พบว่าจำนวนไพรเวทเจ็ท ของไทยในปี2559มีจำนวนเครื่องบินบิซิเนสเจ็ทประมาณ38เครื่อง หรือมีอัตราการเติบโตประมาณ 15% โดยภาพรวมส่วนแบ่งการตลาดของ แดสซอลท์ ฟอลคอน ในไทยจะอยู่ในเซกเมนต์ไพรเวทเจ็ท ทั้งเครื่องขนาดกลางและขนาดใหญ่
โดยเฉพาะเครื่องบินไพรเวทเจ็ทบางค่ายที่มีจำนวนเครื่องในไทยมากกว่าแดสซอลท์ ฟอลคอน เนื่องจากค่ายอื่นๆทำตลาดบิซิเนสเจ็ทขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับแดสซอลท์ ฟอลคอน ที่ทำตลาดเครื่องบิซิเนส เจ็ทขนาดใหญ่
สำหรับส่วนแบ่งการตลาดเครื่องบินในไทยจากจำนวนทั้ง 38 ลำ ข้างต้น ประกอบด้วย แบรนด์กัลฟ์สตรีม (Gulfstream)12ลำ หรือคิดเป็นสัดส่วน32% รองลงมาคือ เซสน่า (Cessna)9ลำ หรือคิดเป็นสัดส่วน24% ฮอว์คเกอร์ (Hawker)7ลำ หรือคิดเป็นสัดส่วน18% แดสซอลท์4ลำ คิดเป็นสัดส่วน10%โบอิ้ง (Boeing)3ลำ คิดเป็นสัดส่วน8%แอร์บัส (Airbus)2ลำ คิดเป็นสัดส่วน5%และบอมบาดิเอร์ (Bombadier)1ลำ คิดเป็นสัดส่วน ราว3%









