เติบโตด้วยธุรกิจเฟอร์นิเจอร์(หลัก)และธุรกิจพลังงานทดแทน(ใหม่)
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ดำเนินธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์จากไม้ปาร์ติเคิลและไม้ยางพารา: บริษัทดำเนิน 3 ธุรกิจคือ 1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์จากไม้ปาร์ติเคิลและไม้ยางพารามีสัดส่วนรายได้ 98% ของรายได้รวม 2) ธุรกิจร้านค้าปลีกภายใต้ชื่อ CAN DO (ร้านสินค้า 100 เยนขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น) ปัจจุบันมี 8 สาขามีสัดส่วนรายได้ 2% ของรายได้รวม และ 3) ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนซึ่งเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล (PWGE) กำลังการผลิต 7.5 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพม่ากำลังการผลิต 220 MW ในเดือน ก.พ. และ มิ.ย. ที่ผ่านมาตามลำดับซึ่งยังไม่มีการรับรู้รายได้ในปัจจุบัน
- ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากร้านค้า Modern trade เป็นร้านค้าปลีกทั่วไป : ปี 59 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ 1,355 ล้านบาทเติบโต 2%YoY โดยส่งออกไปยังต่างประเทศ 56% (ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นราว 90% ) และจำหน่ายในประเทศ 44% ผ่าน Modern trade 80% และอีก 20% จำหน่ายผ่านโชว์รูมของบริษัทและร้านค้าปลีกทั่วไป โดยในปี 60 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอยู่ที่ 10-15% โดยเป็นการขยายตลาดในประเทศญี่ปุ่นหลังได้คำสั่งซื้อจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามา และการปรับรูปแบบการจัดจำหน่ายจาก Modern Trade เป็นโชว์รูมของบริษัทและร้านค้าปลีกทั่วไปภายใต้ตราสินค้า COSTA ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากร้านค้าปลีกทั่วไปมีอำนาจต่อรองกับบริษัทต่ำกว่า Modern Trade
- เข้าลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลและโซลาร์ : บริษัทได้เข้าลงทุน 33.33% ในโรงไฟฟ้าชีวมวล (PWGE) ที่จ.นราธิวาส กำลังการผลิต 7.5 MW ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ และบริษัทยังได้เข้าลงทุนในโรงไม้สับเพื่อลดต้นทุนราคาไม้สับและเป็นหลักประกันว่าโรงไฟฟ้า PWGE จะมีวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าเพียงพอ นอกจากนี้บริษัทได้ลงทุน 20% ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประเทศพม่ากำลังการผลิต 220 MW แบ่งเป็น 4 เฟส โดยเฟส 1-3 มีกำลังการผลิตเฟสละ 50 MW และเฟส 4 กำลังการผลิต 70 MW คาดว่าแต่ละเฟสจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ 1Q61 3Q61 1Q62 และ 3Q62 ตามลำดับ โดยใช้เงินลงทุนเฉพาะส่วนของบริษัทราว 1 พันล้านบาท (มาจากการใช้สิทธิวอแรนต์ที่ครบอายุ 3Q60 และการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป)
- คาดกำไรปี 60-61 เติบโต 32% และ 62% ตามลำดับ : บริษัทรายงานกำไร 1Q60 ที่ 18 ล้านบาทหรือคิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรทั้งปี 60 ที่ 83 ล้านบาทเติบโต 32%YoY โดยเราคาดว่าในปีนี้รายได้จากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จะเติบโต 10% สู่ระดับ 1.5 พันล้านบาทโดยได้รับแรงหนุนจากการได้ลูกค้าใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการปรับรูปแบบการจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกทั่วไป และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 1-2% สู่ระดับ 30% ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะทรงตัวที่ระดับ 22% ของรายได้รวม นอกจากนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งกำไรในโรงไฟฟ้า PWGE อีกราว 13 ล้านบาทเข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิในครึ่งปีหลัง และคาดกำไรสุทธิปี 61 จะเติบโตสู่ 134 ล้านบาทจากการขยายตัวของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า PWGE เต็มปีรวมถึงรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพม่า 2 เฟส
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.06 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PEG Ratio เพื่อให้สะท้อนถึงการเติบโตของผลประกอบการ โดยคาดว่าผลประกอบการปี 60-61 จะเติบโตเฉลี่ย 46% และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 60 อยู่ที่ 0.11 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมที่ 5.06 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
1) การขยายตราสินค้า COSTA เพื่อจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกและค้าส่งขยายตัวต่ำกว่าคาด
2) โรงไฟฟ้าชีวมวล PWGE ไม่สามารถเดินเครื่องได้ราบรื่นตามคาด









