วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (28 มิ.ย.60)

เลือกหุ้นรายตัวที่ทนการแกว่งจากการปรับฐานตลาดโลก

ความผันผวนของหุ้นตลาดพัฒนาแล้วเริ่มปรับเพิ่มขึ้นซึ่งเราประเมินอาจนำมาสู่การปรับฐานในตลาดขาขึ้นของหุ้นโลก ล่าสุดตลาดหุ้น Nasdaq ปรับลง 1.6% แรงกว่าตลาดอื่นจากสหภาพยุโรปปรับกูเกิ้ล ผิดกฎการค้ายุโรปจากการแสดงผลการค้นหาไม่เป็นธรรม ผลการประมูลพันธบัตร 5 ปี เมื่อคืน มีอัตราประมูลที่ 2.33 เท่า ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เทียบกับการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ 2 ปี เมื่อ 26 มิ.ย.ที่ 3.03 เท่า การที่เงินเข้าพันธบัตรอายุสั้นและลดความสนใจในพันธบัตรยาวแสดงว่านักลงทุนยังให้น้ำหนักกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้และระวัดระวังความเสี่ยงระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับมุมมองของ ECB ที่เตือนเรืองเงินเฟ้อ ทำให้เราอาจต้องระวังความผันผวนหรือการปรับฐานหลังการทำปิดบัญชีกลางปี (window dressing) โดยภาพรวมเรายังคงกลยุทธ์เลือกหุ้นรายตัวในกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคในประเทศเป็นหลัก โดยเน้นกลุ่ม โรงแรม ค้าปลีก (บางตัว) รับเหมา และเช่าซื้อ อาทิ MINT, ERW, MAKRO*, CPN, SVOA*, STEC, TPOLY*, GCAP*, AMANAH*, TSR, MONO* และ MACO* ทั้งนี้นักลงทุนควรเน้นหุ้นพื้นฐานดีที่ไม่แพง และทนต่อความผันผวนของตลาดในช่วง 1 เดือนข้างหน้าได้ โดยเรามองหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ

กลุ่มปิโตรเคมมีอาจได้รับผลกระทบจากการเตรียมเข้า IPO ของ Lotte Chemical Titan (LCT) ที่มีการผลิตจาก Naptha base ซึ่งคล้ายกับ SCC อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ IRPC และ PTTGC จาก valuation ที่ถูกกว่า // ประเมินดัชนียกกรอบมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1578-1590 จุด การเก็งกำไรควรเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง **ระวังแรงทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนก่อนการจับฉลากวันนี้**// หุ้นแนะนำ SCB, RATCH, TTA* //เก็งกำไร MACO*, TLUXE*, CHOW*

ประเด็นการลงทุน

ราคาข้าวปรับขึ้น - ราคาข้าวเปลือกปรับตัวขึ้นใกล้ 10,000 บาท/ตัน ออร์เดอร์ส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งอิหร่าน-บังกลาเทศ และอาจรวมถึงคำสั่งซื้อแบบรัฐต่อรับ (G to G) จากอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ช่วงครึ่งหลังปีนี้ ผู้ส่งออกวิ่งหาโรงสีซื้อข้าวส่งมอบ พาณิชย์พอใจราคาสูงกว่าเป้าตันละ 2,000 บาท

กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ - ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้จัดสรรเงินงบประมาณ จำนวน 3,828 ล้านบาท จากงบกลางประจำปีปีงบประมาณ 60 ในรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ให้กับ 18 หน่วยงาน เพื่อดำเนินโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวม 28 โครงการ รวมวงเงิน 4,939.59 ล้านบาท

ท่องเที่ยว - สภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (ดับเบิ้ลยู ทีทีซี) เปิดเผยว่า ได้จัดทำผลศึกษาเปรียบเทียบภาคการท่องเที่ยวกับภาคอื่นๆ รวม 9 อุตสาหกรรม ใน 27 ประเทศ 6 ภูมิภาค พบว่าการท่องเที่ยวของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ทางตรง 1.3 ล้านล้านบาท ให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงกว่าอีก 8 อุตสาหกรรม

คะแนน IUU ไทยไม่เปลี่ยน – กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงสถานการณ์การค้ามนุษย์ จัดอันดับไทยอยู่ในกลุ่ม "Tier 2" เช่นเดิม ระบุรัฐบาลไทยยังไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดในการกำจัดการค้ามนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับปัจจัยติดตามที่สำคัญ: ก.ค. – อนุมัติเงินกู้งวดใหม่ให้กรีซ / ภายใน 20 ก.ค. – ผลประกอบการไตรมาส 2/60 กลุ่มธนาคารพาณิชย์

แนวรับ 1578/แนวต้าน : 1585-1590 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)


หุ้นแนะนำ

• SCB (172) : เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจประกันภัย คาดกำไรไตรมาส 2/60 ไม่โดนผลกระทบจากการตั้งสำรองพิเศษ และไม่มีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองกรณีตั๋วเงินผิดนัดชำระช่วงนี้

• RATCH (62) : ได้รับการบรรจุเข้า SET50 มีผล 2H60 และผลการดำเนินงาน 2Q60 ดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าหงสา, ผ่านคุณสมบัติโครงการโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ในประเทศ 5 MW, อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อโครงการพลังงานต่างแดน คาดว่าจะได้ข้อสรุป 3Q60

• TTA* (12) : ค่าระวางเรือฟื้นเป็นวันที่ 3 ขณะที่เข้าสู่ช่วง high season ของค่าระวาง (มิ.ย.-ก.ย.) และผลการดำเนินงานของบริษัทจากธุรกิจเดินเรือเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้วตัวแต่ไตรมาส 1/60

• หุ้นมีประเด็น: MACO* (ธุรกิจป้ายโฆษณานอกบ้านคาดจะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง และเราคาดบริษัทจะยังเน้นการเติบโตด้วยการเข้าซื้อกิจการ) / TLUXE* (ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำมีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่รับรู้รายได้จากการผลิตไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพเพิ่มขึ้น ล่าสุดเตรียมลงทุนที่ญี่ปุ่นเพิ่มอีก 8 โครงการ) / CHOW* (การเข้า IPO ของบริษัทลูก Chow Energy ช่วง 2H60 จะทำให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นอย่างมาก)