วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะติด 'เอ็มเอสซีไอ' เพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน

เกาะติดเอ็มเอสซีไอ "เพิ่มน้ำหนัก" ลงทุนหุ้นจีน

กรุงเทพธุรกิจได้สำรวจความคิดเห็นโบรกเกอร์เรื่องการที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอ จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นจีนในตลาดA-Shares ซึ่งจะรู้ผลสรุปภายในวันนี้(21มิ.ย.2560) โดยโบรกเกอร์ประเมินว่า หากผลสรุปออกมามีการเพิ่มน้ำหนักก็จะส่งผลมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย แต่ยืนยันไม่รุนแรง ขณะเดียวกันทางตรงข้ามหากไม่เพิ่มน้ำหนักก็จะเป็นผลดีกับตลาดหุ้นไทย

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่าควรติดตามการพิจารณาของ MSCIในไทยจะรับรู้ วันที่ 21 มิ.ย.2560 ว่าจะนำหุ้นจากดัชนี A-Shares ของจีนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณดัชนี MSCI EM หรือไม่ โดยหากนำเข้า คาดว่าจะมีหุ้นจากดัชนี A-Shares ทั้งสิ้น 169 บริษัท และมีน้ำหนักรวมเพียง 0.5% ของดัชนี MSCI EM ซึ่งถือว่าลดลงจากข้อเสนอปีก่อนที่ 448 บริษัทและน้ำหนัก 1.0% ตามลำดับ

มุมมองฝ่ายวิจัยจะต้องติดตามว่า 1) MSCI จะเห็นชอบประเด็นดังกล่าวหรือไม่ และ 2) หากเห็นชอบ MSCI จะกำหนดวัน Effective date เมื่อไหร่ เบื้องต้นประเมินว่าหาก MSCI เห็นชอบจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนระยะสั้น แต่ผลลบคงยังไม่เกิดกับตลาดหุ้น EM อื่นมากนัก จนกว่าจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า ถึงแม้กระนั้น คาดว่าผลกระทบต่อการไหลออกของ Fund flow จากตลาดหุ้นไทยช่วงนั้นก็ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก โดยหากอ้างอิงจากน้ำหนักของหุ้นไทยในดัชนี MSCI EM ล่าสุดที่ราว 2.2% คาดว่าน้ำหนักดังกล่าวจะถูกปรับลดเพียง 0.01% หรือคิดเป็นเม็ดเงินไหลออกเพียงแค่หลักพันล้านบาทเท่านั้น

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ประเมินว่า ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียคาดแกว่งตัวรอผลการตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนในดัชนี MSCI ซึ่งฝ่ายวิจัยมองผลกระทบจำกัด แต่หากไม่เพิ่มน้ำหนัก ประเมินเม็ดเงินจะไหลกลับเข้าตลาดอื่นในเอเชียซึ่งเป็นบวกกับไทย ด้วยความน่าสนใจของการลงทุนในหุ้นเทียบพันธบัตร (Earning yield gap) ที่กว้างมากในรอบ 6-7 ปี ยังคงมุมมองหุ้นไทยมีโอกาสเกิด Window dressing ในช่วงปลายมิ.ย.นี้

 บล.โนมูระพัฒนสิน เชื่อว่า การตัดสินใจของ MSCI ที่จะนำหุ้น A-share ของจีน เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Emerging Markets Index หรือไม่ ซึ่งคาดจะรู้ผลเช้า21มิ.ย.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ต้องผิดหวังถึง 3 ครั้งแล้ว โดยรอบนี้ มุมมอง Nomura ให้โอกาสต่ำกว่า 50% ว่า MSCI จะอนุมัติในรอบกลาง ซึ่งเป็นกลางต่อภาพรวมตลาดเอเชีย แต่อาจเป็นจิตวิทยาบวกต่อ EM-ASIA อื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม หาก A-share ได้ในเข้าในรอบนี้ ก็คาดจะกระทบต่อน้ำหนักของไทยไม่มากนัก(เบื้องต้นราว 1-2พันล้านบาทที่อาจจะมีการ Reallocate เข้าสู่ MSCI China)

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนในทางบวกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นว่ากระแสเงินทุนไหลเข้า เมื่อยอดสะสมของต่างชาติใน SET50 futures (ตั้งแต่ 1 เม.ย.-19 มิ.ย.60) พลิกกลับมาเป็น Long สุทธิ 6,028 สัญญา โดย 2 วันทาการหลังสุดมีสถานะ Long สุทธิรวมกว่า 2 หมื่นสัญญา รวมถึงการซื้อสุทธิของนักลงทุนกลุ่มนี้ 3,339 ล้านบาท จึงมองว่ากระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสกลับมาสะสมหุ้นหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Plays ที่ได้รับแรงหนุนจาก งาน Thailand’s Big Strategic Move เรียกความเชื่อมั่นจากกองทุนทั้งใน และนอกประเทศ โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ขณะเดียวกันเข้าสู่การ Preview ผลประกอบการไตรมาส 2ปีนี้ เริ่มจากกลุ่มธนาคาร หากส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้ม NPL คาดจะเห็นการฟื้นตัวของกลุ่มธนาคารเพราะ Valuation อยู่ในระดับค่อนข้างถูก และ การทำ Window Dressingไตรมาส 2ในช่วงสัปดาห์หน้า หุ้น Big cap. เริ่มน่าสนใจ เพราะผลตอบแทนของ SET50 บวกแค่ 1% ยังตามหลัง sSET (หุ้น small cap.) ขยับขึ้นไปแล้วถึง 3%