วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แยก 'เงินกองทุนตลาด' ก.ล.ต.เชื่อไร้ผลกระทบ

แยกเงินกองทุนตลาด "ก.ล.ต." เชื่อไร้ผลกระทบ

เลขาก.ล.ต.แจงแยกเงินกองทุนตลาดหลักทรัพย์ ไร้ผลกระทบกับการดำเนินงานของตลาด แจงผลเฮียริ่งมาจากข้อมูลที่มีการศึกษาเป็นอย่างดี ย้ำตลาดยังบริหารเหมือนเดิม 

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เพื่อรองรับการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (Capital Market Development Fund (CMDF)นั้น การดำเนินการดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น เบื้องต้น ซึ่งการกำหนดเม็ดเงินจัดสรรเข้ากองทุนที่ 8,000 ล้านบาท ได้รับการศึกษามาแล้วว่า เพียงพอและไม่กระทบกับการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“การกำหนดวงเงินการจัดสรรเข้ากองทุน ซีเอ็มดีเอฟ นั้น มีการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าจะไม่มีผลกระทบกับการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งมีการศึกษาแล้วว่าการแยกเงินกองทุนครั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบกับการทำธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์ โดยการกำหนดวงเงินนั้นสามารถยืดหยุ่นได้ หากมองว่าวงเงินนั้นมากเกินไปทบทวนได้”

อย่างไรก็ตาม ที่มาของการกำหนดมูลค่าเงินกองทุนที่ระดับ 8,000 ล้านบาทนั้น เป็นผลมาจากการพูดคุยกับตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งให้ทำการศึกษา และเสนอวงเงินที่ตลาดหลักทรัพย์จะสามารถจ่ายเข้ากองทุนได้โดยไม่กระทบการให้บริการและการขยายงานในอนาคต รวมถึงมีคณะทำงาน เพื่อพิจารณาว่าการเสนอตัวเลขดังกล่าวนั้น เหมาะสมหรือไม่ ในวงเงินจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนนั้น  ปัจจุบันก็ถูกแยกออกจากเงินการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว และวัตถุประสงค์ที่ใช้เงินก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมที่เงินดังกล่าว ยังอยู่ในการดูแลของตลาดหลักทรัพย์ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม การร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวคณะกรรมการผู้ดูแล กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน ยังมีประธานตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานคณะกรรมการ และเลขาของคณะกรรมการ ยังเป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์เช่นเดิม การดำเนินการหลังจากนี้ สำนักงานก.ล.ต.จะรวบรวมความเห็นจากการผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเห็นของสำนักงานก.ล.ต.นำเสนอให้กับกระทรวงการคลังว่า จะพิจารณามีการปรับเปลี่ยนอย่างไรหรือไม่ และจะเสนอคณะรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อไป โดยขั้นตอนการพิจารณามากกว่า 7-8 เดือน

ทั้งนี้ ร่างแผนพัฒนาตลาดทุนฉบับที่3 (พ.ศ.2560-2564)มีแนวทางให้แยกบทบาทด้านการส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เน้นบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างคล่องตัว โดยซีเอ็มดีเอฟจะทำหน้าที่กำหนดนโยบายและบูรณาการการดำเนินงานพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาลที่ดี โดยการปิดการรับฟังความคิดเห็น ถึงวันที่ 21 มิ.ย.นี้