วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดินหน้าใช้ 'PPP Fast Track' เร่งรถไฟฟ้า3สาย

"สคร." เดินหน้าใช้ "PPP Fast Track" เร่งโครงการรถไฟฟ้า 3 สายสำเร็จใน 9 เดือน เชื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนของประเทศได้กว่า 190,000 ล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) แถลงว่า เตรียมเสนอคณะกรรมการ PPP ปลายเดือนมิถุนายนนี้ พิจารณาโครงการลงทุนใหม่ เพื่อนำระบบ Fast Track มาใช้ในการศึกษาและจัดเตรียมโครงการลงทุนจากเดิมใช้เวลา 25 เดือนลดเหลือ 9 เดือน ได้แก่โครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ จากช่วงเตาปูน-ถนนกาญจนาภิเษก รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟฟ้าในต่างจังหวัด คือ ภูเก็ตและเชียงใหม่ มูลค่ารวมทั้งหมด 600,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอโครงการ Fast Track สำหรับการบริหาร ดูแลบำรุงรักษามอเตอร์เวย์เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา และเส้นทางบางใหญ่ - กาญจนบุรี

สำหรับการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP Fast Track) เพื่อพัฒนาโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ช่วงที่ผ่านมาผลักดันโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย มูลค่าโครงการ 190,000 ล้านบาทได้สำเร็จภายใน 9 เดือน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ (โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย) มูลค่าโครงการ 83,877 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี (โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู) มูลค่าโครงการ 56,691 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง (โครงการรถไฟฟ้าสายเหลือง) มูลค่าโครงการ 54,644 ล้านบาท จึงทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายลงนามในสัญญาแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและโครงการรถไฟฟ้าสายเหลือง เตรียมลงนามในสัญญาในวันที่ 16 มิถุนายน 2560 นับว่าสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่กำหนดให้มีการลงทุนจากความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานเฉลี่ยปีละ 47,000 ล้านบาท

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวว่า สคร. เตรียมนำประสบการณ์ กลไกสำคัญของมาตรการ PPP Fast Track มาใช้ในการปรับปรุง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 โดยสัปดาห์หน้าเตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ยึดหลักสำคัญในการส่งเสริมโครงการร่วมลงทุนให้มากขึ้น มีขั้นตอนกระชับชัดเจน คงความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลหลังได้ลงนามสัญญาและตรวจสอบได้ รวมทั้งยึดหลักวินัยการเงินการคลังเช่นเดิม ทั้งนี้ คาดว่าจะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯฉบับปรับปรุงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้เพื่อต้องการให้การสร้างโครงการขนาดใหญ่ดำเนินการไปได้อย่างรวดเร็ว