วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พอร์ตประกันลงทุน'เน้นระวัง

"พอร์ตประกัน" ลงทุนเน้นระวัง "อาคเนย์" เฟ้นสินทรัพย์หลากหลายกระจายเสี่ยงลุ้นได้เกิน 6.7% ไทยประกันหาจังหวะลงทุนหุ้น หวัง คปภ.ผ่อนคลายลงทุนได้ยืดหยุ่นขึ้น

บริษัทประกันวินาศภัยลงทุนระมัดระวัง “อาคเนย์”เน้นหาสินทรัพย์หลากหลาย ช่วยกระจายความเสี่ยง หวังปีนี้ผลตอบแทนดีกว่าปีก่อนที่ 6.7% ด้าน“แอกซ่าประกัน”ลุยเก็บบอนด์สั้นไม่เกิน 3 ปี ขณะที่“ไทยวิวัฒน์” หันลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศเน้นเอเชียและคัดหุ้นรายตัวพื้นฐานดีใน SET50

นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินและประกันอาคเนย์ กล่าวว่า นโยบายการลงทุนของบริษัทในปีนี้ ยังสามารถทำผลตอบแทนการลงทุนได้สูง ภายใต้ทีมผู้บริหารการลงทุนมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึก ทำให้เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างจากคนอื่น ภายใต้การรับความเสี่ยงที่จำกัด อีกทั้งพอร์ตลงทุนไม่มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยผันผวนจนกระทบต่องบกำไรขาดทุนของบริษัทแต่อย่างใด

ในปีนี้บริษัทคาดหวังผลตอบแทนจะมากกว่าปี 2559 ที่ทำได้ 6.7% โดยมีปัจจัยจากแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่ยังเน้นการลงทุนอย่างระมัดระวัง ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความหลากหลาย ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันมีสินทรัพย์ลงทุนทั้งสิ้น 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนธุรกิจประกันวินาศภัย 1 หมื่นล้านบาทและธุรกิจประกันชีวิต 2 หมื่นล้านบาท รักษาสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 15% ให้ผลตอบแทนประมาณ 4-5% เน้นลงทุนหุ้นระยะยาวและมีปันผลและลงทุนตราสารหนี้สัดส่วน 70% ที่เหลือสัดส่วน15% เป็นการลงทุนกองรีท ทั้งในเครือและนอกเครือ ให้ผลตอบแทนประมาณ 7-8% และพันธบัตรในต่างประเทศให้ผลตอบแทนประมาณ 5-6%

นางชาญาณา พูลทรัพย์ ผู้อำนวยการสายงานการเงิน และ คณิตศาสตร์ประกันภัย บริษัท แอกซ่าประกันภัย กล่าวว่า นโยบายกลุ่มแอกซ่า ยังคงเน้นทำกำไรจากผลการรับประกันภัย ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและการคัดเลือกภัยที่ดีเป็นหลัก ดังนั้นในแง่ของการลงทุนจึงค่อนข้างระมัดระวัง เน้นการลงทุนที่ไม่หวือหวา โดยมีสัดส่วนลงทุนถึง90% อยู่ในพันธบัตรรัฐบาลและเงินสด จากเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เน้นลงทุนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 3 ปี คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในปีนี้ยังอยู่ระดับเดียวกับปีก่อนที่ประมาณ 2%

ด้านนายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการและ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 3 พันล้านบาท ผลตอบแทนคาดหวังอยู่ที่ 4.5-5% ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างสภาพคล่อง ทั้งพันธบัตรและเงินฝากแต่จะหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มผ่านกองทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ที่ยังมีการขยายตัวได้ดีกว่าตลาดยุโรปและสหรัฐ และที่เหลือสัดส่วน 20% เป็นหุ้น ที่ต้องคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีรายตัวในSET50

สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจปีนี้ ยังเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์โครงการลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง หรือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าชายแดน เช่น กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงกลุ่มสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ บริษัทยังรอเข้าลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม รวมทั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ที่คาดว่าจะมีผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก

“ตอนนี้บริษัทมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นเต็มเพดานแล้ว ก็ต้องวิเคราะห์หุ้นรายตัวหาโอกาสขายทำกำไรและหาจังหวะเข้าซื้อใหม่เพื่อสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย และคาดว่าการลงทุนหุ้นของบริษัทประกันในปีนี้จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะนี้คปภ. กำลังพิจารณาปรับเกณฑ์ลงทุนอยู่”