วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุนรื้อก.ม.ตั้ง ‘ทรัสต์’

หนุนรื้อก.ม.ตั้ง "ทรัสต์" ปลดล็อกข้อจำกัดระดมทุน

“ทรัสต์” ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการจัดการทรัพย์สินที่แพร่หลายในต่างประเทศ โดยมีการตั้งทรัสต์ต่างๆ เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทรัสต์ครอบครัว ทรัสต์เพื่อการกุศล โดย ทรัสต์ ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพย์สินเป็นไปอย่างยั่งยืน มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมหลายด้าน โดยการจัดการทรัพย์สินผ่านทรัสต์มีประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย(สมาคมโบรกเกอร์) มีความเห็นว่า กฎหมายการจัดตั้งทรัสต์ในประเทศไทยมีข้อจำกัดด้านวัตถุประสงค์ซึ่งให้เป็นการระดมทุนเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับการจัดตั้งทรัสต์ที่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่นได้

ด้วยสถานการณ์ในตลาดเงินตลาดทุนโลกซึ่งเปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยจึงควรมีการตรากฎหมายเพื่ออนุญาตให้ประกอบธุรกิจทรัสต์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆได้ ซึ่งจะเป็นกลไกหนึ่งในการบริหารทรัพย์สิน เพิ่มโอกาส

สมาคมโบรกเกอร์ ระบุว่า ทรัสต์ในความหมายทางกฎหมาย หมายถึง นิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ อันเกิดขึ้นจากสัญญาซึ่งบุคคลที่เรียกว่า ผู้ก่อตั้งทรัสต์ (Settlor) ได้โอนหรือก่อทรัพยสิทธิ หรือสิทธิใดๆในทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า ทรัสตี (Trustee) ด้วยความไว้วางใจให้ทรัสตีจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า ผู้รับประโยชน์ (Beneficiary)

ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่กำหนดตามสัญญาก่อตั้งฯ รวมทรัพย์สิน ดอกผล หนี้สินและความรับผิดที่เกิดจากการจัดการตามสัญญาก่อตั้งฯจะรวมเรียกว่า กองทรัสต์

กล่าวได้ว่า ทรัสต์มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ของบุคคล 3 ฝ่ายดังกล่าวบนหลักความซื่อสัตย์ไว้วางใจกัน

ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจของการก่อตั้งทรัสต์ ได้แก่ ความคงอยู่ของทรัสต์จะแยกออกจากบุคคลทั้ง 3 ที่กล่าวมาข้างต้น

หมายถึง หากบุคคลเหล่านั้นเสียชีวิต ล้มละลาย เลิกกิจการ หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ทรัสต์ยังคงอยู่ เว้นแต่สัญญาก่อตั้ง ทรัสต์จะระบุอย่างอื่น

จากการพิจารณาข้อมูลในรายงาน World Wealth Report 2016 โดย Capgemini พบว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดและมีประชากรกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง(High net worth individual, HNWI) มากที่สุดในปี 2015 ซึ่งกลุ่ม HNWI ย่อมแสวงหารูปแบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

สมาคมโบรกเกอร์ ระบุว่า ทรัสต์เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการทรัพย์สินให้สืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยการจัดตั้งทรัสต์ทำให้เกิดการรวบรวมทรัพย์สินอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อนำมาวางแผนในการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมและให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มพูนขึ้น

โดยทรัสตีซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางการเงินตามคุณสมบัติที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด อันจะช่วยให้กลไกในการส่งต่อทรัพย์สินให้กับผู้รับผลประโยชน์รุ่นต่อๆไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดความมั่นคงทางการเงิน

จากรายงาน The Deloitte Wealth Centre Ranking 2015 โดย Deloitte พบว่า 10 อันดับแรกที่เป็นศูนย์กลางทาง Wealth Management ของโลกล้วนแต่มีการนำระบบทรัสต์มาใช้ทั้งสิ้น 

ในกรณีของประเทศไทย หากมีกฎหมายที่เอื้อให้จัดตั้งทรัสต์เพื่อบริหารทรัพย์สินได้ก็น่าจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยดึงดูดเงินทุนให้ไหลมาสู่ประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งเงินทุนของนักลงทุนชาวไทยที่เดิมเคยนำไปลงทุนต่างประเทศและเงินจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Research Institute: TDRI) ได้จัดทำโครงการวิจัย “การศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการจัดตั้งทรัสต์ในประเทศไทย” (โครงการวิจัยฯ) เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียของการจัดการทรัพย์สินด้วยการจัดตั้งทรัสต์

รวมถึงข้อเสนอแนะในการนำกฎหมายลักษณะทรัสต์มาใช้เป็นการทั่วไป ในการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทรัสต์ในต่างประเทศพบว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุน นำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายด้าน ขณะที่ทรัสต์เพื่อสาธารณกุศลสามารถเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยสรุปดังนี้

ทรัสต์เป็นเครื่องมือระดมเงินทุนสำหรับการพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในเชิงธุรกิจและต้องการเงินทุนเพิ่มเติม อาจใช้ทรัสต์เป็นเครื่องมือในการระดมเงินทุนจากนักลงทุนในตลาดทุน แทนที่จะพึ่งพาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และนำเงินที่ได้รับมาไปใช้จ่ายในโครงการลงทุนต่อซึ่งจะทำให้เกิดผลดีในแง่ของการจ้างงานและการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ใช้แรงงาน