วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มทุน 'ไอแบงก์' 1.8 หมื่นล้าน

"เพิ่มทุน" ไอแบงก์ 1.8 หมื่นล. นายกฯสั่งหาคนทำธนาคารเสียหายมาลงโทษ ครม.ไฟเขียวปรับโครงสร้างการเงิน ลดทุนเหลือ 0.01 บาทแก้ปมบีไอเอสติดลบ30%

ครม.อนุมัติปรับโครงสร้างการเงินอิสลามแบงก์ แยกหนี้เสียที่ไม่ใช่มุสลิม 5หมื่นล้านบาท ให้ไอเอเอ็มบริหาร แก้กฎหมายเปิดช่องคลังเพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านบาทพร้อมถือหุ้นมากกว่า49% ระหว่างรอการหาพันธมิตรฟื้นฟูกิจการ ขณะที่นายกฯสั่งตามตัว คนที่ทำแบงก์เสียหายมาให้ได้

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (30 พ.ค.) มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างทางการเงินธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ตามแผนการฟื้นฟูธนาคารที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เห็นชอบแล้ว 

ทั้งนี้กระทรวงการคลังรายงานว่าธนาคารอิสลามมีหนี้เสียกว่า  50,251 ล้านบาท หรือประมาณ 50% จากสินทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 22,987 ล้านบาท ดังนั้น จึงต้องการปรับโครงสร้างธนาคารให้อยู่ต่อได้ ไม่เช่นนั้นผลการขาดทุนสะสมในปัจจุบันจะมากเกินไป โดยอยู่ที่ 28,278 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนของทุน (BIS Ratio) ติดลบที่30.64%จากปกติควรจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า8.5%ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

แผนการฟื้นฟูคือการปรับโครงสร้างทางการเงินด้วยการโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิมไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด (IAM)และจะมีการลดทุนเหลือหุ้นละ 0.01บาท โดยปัจจุบันผู้ถือหุ้นหลัก คือ กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย หลังจากนั้นก็จะมีการโอนเงินสำรองตามกฎหมาย 473 ล้านบาท และจะมีการเพิ่มทุน 18,100 ล้านบาท

เมื่อลดทุน ล้างขาดทุนสะสม และเพิ่มทุนเสร็จแล้ว จะต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อไม่ให้อนาคตมีปัญหาซ้ำรอยเดิม มีเป้าหมายจะเพิ่มรายได้ โดยการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ามุสลิมและขยายสินเชื่อให้ลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีวงเงินมากกว่า 200 ล้านบาทและหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ลดค่าใช้จ่าย โดยให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นปีละไม่เกิน 5% และจะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและลดจำนวนสาขาที่ไม่เป็นลง และอนาคตหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต้องไม่เกิน 6% ของหนี้รวม

“สาเหตุที่โอนเฉพาะสินเชื่อที่ไม่ใช่มุสลิม เพราะหลักการของศาสนาอิสลามสินเชื่อต้องเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ แต่ตัวของIAMไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมายนี้เนื่องจากเอ็นพีแอลของมุสลิมมีเพียง 3,600 ล้านบาท หลังจากนี้เมื่อเพิ่มทุนขจัดหนี้เสีย ก็จะหาพันธมิตรเข้ามา โดยนายกรัฐมนตรีกำชับต้องหาตัวผู้รับผิดชอบที่ทำให้เกิดหนี้เสียเหล่านี้ให้ได้ ให้จับตัวมาจัดการทั้งหมด ไม่ว่าปัญหานี้จะเกิดในสมัยไหนก็ตาม เพื่อไม่ให้มีใครมาแอบอ้างว่าเป็นเพื่อนของนายกรัฐมนตรีอีก”

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า จำเป็นต้องปรับโครงสร้างธนาคารเพื่อให้ดำรงอยู่ดูแลชาวมุสลิม เพราะหากหยุดกิจการเลยจะต้องดูแลผู้ฝากเงิน ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เงินอีก 1 แสนล้านบาท ดังนั้นโจทย์คือทำอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด วิธีการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จและตรงประเด็นที่สุด คือ ต้องแยกหนี้เสียที่ไม่ใช่มุสลิมออกมาบริหารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะได้เหลือหน้าที่เป็นธนาคารอิสลามที่แท้จริง 

“ที่ขอมติครม.วันนี้คือ ขั้นตอนต่อไปจะเหลือธนาคารอยู่เงินฝากเป็น1แสนล้านและหนี้เสียถูกโอนไปแล้ว50,251ล้านบาทยังเหลือหนี้ดีอีก5 หมื่นล้านบาทจะต้องพันธมิตรที่เก่งมาทำ ซึ่งต้องเพิ่มทุนเข้าไปก่อนให้มีทุนในการดำเนินกิจการและให้เงินกองทุนที่ติดลบหมดไป ถึงจะสามารถหาพันธมิตรได้ การเพิ่มทุนคลังต้องใส่ทุนเข้าไปแต่ตาม พ.ร.บ.ธนาคารอิสลาม กำหนดให้คลังถือหุ้นได้สูงสุด49%และตอนนี้ถือหุ้นเต็มเพดานแล้ว จึงต้องแก้ไขกฎหมายให้คลังถือหุ้นได้เกิน49% ส่วนในอนาคตจะลดสัดส่วนเท่าใดค่อยมาเจรจากับพันธมิตร"