ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังมีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตอบรับต่อข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตจากการประชุมของผู้ผลิตในและนอกกลุ่มโอเปค โดยราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มในวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังราคาร่วงค่อนข้างมากในสัปดาห์ที่แล้ว
- อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีความกังวลว่าการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตในครั้งนี้อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาอยู่ในระดับสูงได้อีก ถึงแม้ว่าจะทำการลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันไปจนถึงเดือน มี.ค 61 ก็ตาม เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ยังอยู่ในระดับสูงจากปริมาณการผลิตทางฝั่งสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางปี 59 อยู่ที่ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 19 สัปดาห์ มาอยู่ที่ 722 แท่น
- Glodman Saches คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 785,000 บาร์เรลต่อวันระหว่างไตรมาสที่4 ปี59 จนถึงไตรมาสที่4 ปี60 โดยมาจากแหล่งขุดเจาะน้ำมัน Permian, Eagle Ford, Bakken และ Niobrara shale plays
-/+ นาย Greg McKenna หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดจาก futures brokerage AxiTrader ได้ให้ความเห็นว่า ยังต้องรอดูการปรับลดกำลังการผลิตในครั้งนี้ว่าจะทำให้ตลาดกลับสู่สมดุลได้หรือไม่จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกที่ควรลดเท่าที่โอเปคคาดการณ์ไว้
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่งในภูมิภาค ประกอบกับปริมาณสต็อกน้ำมันเบนซินในสิงคโปร์ปรับตัวลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงกดดันจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นในภูมิภาค
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันของอุปสงค์ที่ปรับตัวลดลงในภูมิภาคเอเชียและปริมาณสต็อกน้ำมันดีเซลในประเทศสิงคโปร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากโรงกลั่นในสหรัฐ คงกำลังการกลั่นในอัตราที่สูงต่อเนื่องที่ระดับสูงกว่าร้อยละ 93 เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 19 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 516.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน
- ปริมาณผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงกว่าระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี นับจากเดือน เม.ย. 58 และส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มกว่าร้อยละ 10 จากช่วงกลางปีก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9.32 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2 แท่นมาอยู่ที่ 722 แท่น
- ภาวะอุปทานโลกล้นตลาดมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังในการประชุมวันที่ 25 พ.ค. ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือนนับจากกำหนดการเดิมที่สิ้นสุด มิ.ย. 60 และคงปริมาณการปรับลดที่ราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม อิหร่าน ลิเบีย และ ไนจีเรียยังคงได้รับการยกเว้นการปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ
-----------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









