วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.‘ระดมเงิน’ลุยต่างประเทศ

บจ."ระดมเงิน" ลุยต่างประเทศ "ทีเอสอี"หวังคุมต้นทุนทางการเงินในระยะยาว  ขณะบอร์ด "ซีพีเอฟ" ไฟเขียวเพิ่มทุน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคา 25 บาท

บจ.หันเพิ่มทุนหวังนำเงินลงทุนโครงการในอนาคตและควบคุมต้นทุนทางการเงิน ไทย โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ จ่อขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น 14 มิ.ย. นี้ เพิ่มทุน 544.5 ล้านหุ้น ขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจงและผู้ถือหุ้นเดิม ขณะเจริญโภคภัณฑ์อาหารเพิ่มทุน 1,548 พันล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม ราคา 25 บาท 

นายสมภพ พรหมพนาพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TSE เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจะขอมติประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 มิ.ย. 2560 เพื่อขอเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 544.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30% ของทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วของบริษัท โดยวัตถุประสงค์เพื่อรองรับโครงการที่มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

“วัตถุประสงค์การเพิ่มทุน เพื่อรองรับโครงการที่จะเข้ามาอนาคต ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเข้าทำรายการในประเทศญี่ปุ่น 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 40 -50 เมกะวัตต์ ซึ่งหากการทำรายการดังกล่าวสำเร็จจะช่วยเสริมศักยภาพให้บริษัทมีการเติบโตที่ดีใน 1-3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะทราบผลการทำรายการในอีก 2-3 เดือน”

สาเหตุที่บริษัทเลือกใช่วิธีการเพิ่มทุน เพราะไม่ต้องการให้มีต้นทุนทางการเงินในระดับที่สูง ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรสุทธิของบริษัทให้ปรับตัวลดลงไป โดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้แบ่งออกเป็นการจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด 131.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 10% ของทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วของบริษัท  และจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นสามัญเดิม 363 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 20%

เขากล่าววว่า  ความคืบหน้าในการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับบริษัท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กำลังการผลิต 154 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการดำเนินการชำระเงินให้กับผู้ขายในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนนี้ และจะสามารถเข้าทำรายการทั้งในส่วนของที่ดิน และติดตั้งแผงได้ในช่วงเดือน มิ.ย.

การเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างศักยภาพของบริษัท และคาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วง 2565 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ใบอนุญาตขายไฟในประเทศไทยในบางโครงการหมดลง ทำให้บริษัทมีรายได้จากโครงการใหม่เข้ามาทดแทน ส่วนการขยายกำลังการผลิตในประเทศนั้น บริษัทจะเข้าประมูลโครงการโซลาร์สหกรณ์ จำนวน 119 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ราชการ อีก 100 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หลังจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เริ่มใหญ่มากขึ้น ประกอบกับมีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจที่จะเข้าลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศ แต่บางกองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนได้เนื่องจากไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 130.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 129.39 ล้านบาท

นางสาวแคทลีน มาลีนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TSE กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ามีกำลังการผลิตที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) 120 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตที่จ่ายไฟแล้ว 112 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในช่วงต้นไตรมาส 4 ปี 2560 อีกราว 7 เมกะวัตต์

สำหรับปี 2561 บริษัทตั้งเป้ามีกำลังการผลิตที่จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว 160 เมกะวัตต์ โดยมาจากการจ่ายไฟของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในภาคใต้ 3 โครงการกำลังการผลิต 22 เมกะวัตต์ ในช่วงต้นปี 2561 และมีแผนนำโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบอีก 17 เมกะวัตต์ ในช่วงกลางปี 2561

ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ได้มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,548 ล้านบาท จากเดิมที่ 7,742 ล้านบาท เป็นทุนใหม่ 9,291 ล้านบาท โดยจะมีการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,548.58 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 1 บาท โดยจะอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,548.58 ล้านหุ้น เพื่อเสนอและขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาเสนอขาย 25.00 บาท และกำหนดให้วันที่ 5 ก.ค. เป็นวันกำหนดลายชื่อถือมีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน

ทั้งนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2560 มีกำไรสุทธิ 3,955.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน ที่กำไรสุทธิ 3,764.29 ล้านบาท

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF กล่าวว่า สถานการณ์ธุรกิจในปีนี้ว่า กิจการของบริษัทส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยธุรกิจสัตว์น้ำมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง การส่งออกสินค้าเนื้อไก่จากประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจสุกรมีผลกระทบจากภาวะราคาทั้งภูมิภาคเอเชียได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากปีก่อนจากภาวะผลผลิตล้นตลาด จนมีผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทในประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 

ส่วนกิจการในต่างประเทศส่วนใหญ่มีอัตราการเติบโตที่ดี เช่น ประเทศจีน ประเทศรัสเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศตุรกี