"นักท่องเที่ยวจีน" ฟื้น กสิกร มองปีนี้โต 5-7.5%
สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนกำลังอยู่ในช่วงของการปรับตัวจากที่ทางการไทยมีมาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญในปีที่ผ่านมา จากรายงานสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ช่วง 4 เดือนแรกปี 2560 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวในไทยจำนวน 3.19 ล้านคน หดตัว 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ที่นักท่องเที่ยวจีนหดตัวถึง 20.7%
สำหรับทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่เหลือของปี 2560 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า น่าจะทยอยกลับมาดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากปัจจัยภายนอกประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจจีนเริ่มกลับมาทำตลาดท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายการบินของจีนที่ขยายเส้นทางการบินมายังประเทศไทย และการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและที่พักของบริษัทจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทย
“นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวในไทยปี 2560 มีโอกาสกลับมาเติบโต 5-7.5% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่เติบโต 10.3% หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 9.2-9.4 ล้านคน โดยการเติบโตน่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวจีนน่าจะมีมูลค่าประมาณ 470,000-480,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7-9.4% จากที่เติบโต 15.2% ในปี 2559”
จากการรวบรวมข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน พบว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่มีพฤติกรรมการเดินทางที่จะใช้เวลาในแต่ละสถานที่เพื่อเก็บประสบการณ์และวัฒนธรรมนานขึ้น จากเดิมที่นิยมเดินทางกับบริษัทนำเที่ยว จะมีการเดินทางด้วยตัวเองในสัดส่วนเพิ่มขึ้น
โดยจะเดินทางเป็นครอบครัวหรือเพื่อน ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวจีน โดยบริษัทนำเที่ยวของจีนมีการจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวผนวกกับการบริการทางการแพทย์ เป็นต้น และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างการท่องเที่ยวเรือสำราญ ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจีน
นอกจากนี้ แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกลุ่มที่มีการจับจ่ายใช้สอยในการซื้อสินค้าระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวสูง แต่นักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันจะเริ่มมองหาแหล่งซื้อสินค้าที่ให้ความคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนนับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล นิยมใช้บริการและทำธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวบนโลกออนไลน์
รวมถึงการจับจ่ายซื้อสินค้าระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวผ่านระบบชำระเงินของจีน เช่น WeChat Payment และ Alipay ทำให้ในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยมีการติดตั้งระบบการชำระเงินในรูปแบบดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีน
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยจะนำมาปรับเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์การทำการตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนใหม่ๆ เช่น เทรนด์การเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพด้านการแพทย์
อีกทั้งรัฐบาลไทยมีนโยบายที่จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยอาจจะมีการปรับแพ็คเกจการท่องเที่ยวนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวพร้อมกับการบริการทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก
จากผลสำรวจนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการของ Ctrip พบว่า ในปี 2559 กลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพของจีนมีการเติบโตกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยประมาณ 50% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ใช้บริการตรวจสุขภาพ
สำหรับประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้เลือกเดินทางไปใช้บริการทางการแพทย์เป็นอันดับที่ 1 คือ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9 ใน 10 อันดับแรกที่กลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพของจีนเลือกเดินทางไปใช้บริการทางการแพทย์
นอกจากนี้เมื่อนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่นิยมการท่องเที่ยวแบบเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวชุมชนน่าจะสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานภาครัฐมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอาจจะร่วมมือกับกลุ่มผู้พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในการพัฒนาตลาดร่วมกัน หรือการท่องเที่ยวเรือสำราญ ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตของนักท่องเที่ยวจีน
ดังนั้นหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนอาจจะต้องมีการทำการตลาดร่วมกับผู้ประกอบการจีนในการที่จะเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวทางเรือมายังประเทศไทยมากขึ้น









