วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (8 พ.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ที่สดใส

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ปรับตัวดีขึ้น และซาอุดิอาระเบียมีความเชื่อมั่นว่ารัสเซียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตในครึ่งปีหลัง

+ กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานในเดือน เม.ย. ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับร้อยละ 4.4 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยตัวเลขการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันให้มากขึ้น

+ เจ้าหน้าที่กลุ่มโอเปค ให้ความเห็นว่า ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค มีแนวโน้มที่จะขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตลง ขณะที่การปรับลดการผลิตที่มากขึ้นนั้นอาจเป็นไปได้ยาก

- กลุ่มผู้จัดการกองทุนลดสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลง เนื่องจากไม่เชื่อว่าการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค จะเพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้

- Baker Hughes รายงานจำนวน แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 6 แท่น มาอยู่ที่ 703 แท่น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 58 และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อเป็นสัปดาห์ที่ 16


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความกังวลในเรื่องของอุปทานล้นตลาด หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสหรัฐ และยุโรปยังคงอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ปรับเพิ่มขึ้นจากแอฟริกา อย่างไรก็ตาม อุปทานมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นในคูเวตจะเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในสัปดาห์หน้า หลังปิดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 30 วัน


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  



ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค หลังล่าสุดรัสเซียเผยว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียในวันที่ 1 พ.ค. ปรับลดลงราว 300,790 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับระดับการผลิตในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ารัสเซียปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าข้อตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงราว 300,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการขยายระยะเวลาการของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งจะมีการตกลงกันในวันที่ 25 พ.ค. 60

- ปริมาณการน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน จากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 191,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐ ในช่วง 4 สัปดาห์ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบปรับตัวลดลง

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara กำลังการผลิตประมาณ 330,000 บาร์เรลต่อวัน และแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Feel กำลังการผลิตประมาณ 90,000 บาร์เรลต่อวัน กลับมาดำเนินการอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการประท้วงปิดกั้นท่อขนส่งน้ำมันดิบสิ้นสุดลง ส่งผลให้ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 760,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับก่อนหน้านี้ที่ 491,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ รัฐบาลลิเบียยังตั้งเป้าหมายที่จะผลิตน้ำมันดิบแตะระดับ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนส.ค. 60

---------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999