วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กำไร ‘โรงไฟฟ้า’ ไตรมาส1วูบ

กำไร "โรงไฟฟ้า" ไตรมาส1วูบ "บีซีพีจี" หวังค่าเอฟทีขยับขึ้น หนุนผลประกอบการครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์ประเมินทั้งปีโต 4.9%ตามความต้องการใช้ไฟ

กำไรกลุ่มโรงไฟฟ้าไตรมาสแรกปีนี้ลดลง ตามรายได้ปรับลดลง สำรวจพบ ‘โกลว์ จีพีเอสซี’ กำไรร่วง ขณะที่บีซีพีจี กำไรเพิ่ม 16% ผู้บริหารมองไตรมาส 3 ดีต่อเนื่อง อานิสงส์การปรับขึ้นค่าเอฟที ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินครึ่งปีหลังสดใส มีแนวโน้มปรับค่าเอฟทีขยับ พร้อมคาดทั้งปีโต 4.9% 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มโรงไฟฟ้า ประจำงวดไตรมาส1 ปี2560 โดยบริษัท บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) GLOW รายงานกำไรสุทธิ 1,898.10 ล้านบาท ลดลงจากปี 2559 ที่ 2,764.41 ล้านบาท หรือ 31.3 % บริษัท โกลบอล เพำเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC มีกำไรสุทธิ 750 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่ 871 ล้านบาท หรือลดลง 14 % 

ขณะที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG รายงานกำไรสุทธิ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% อย่างไรก็ตาม หากนับรายการปรับปรุงฯ ตามมาตรฐานบัญชี (Restatement) กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี2559 จะเท่ากับ 612.52 ล้านบาท เป็นผลจากการปรับปรุงกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนก.พ.2559 ตามผลการประเมินของบริษัทผู้ประเมินราคาอิสระ

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าตามแผนการขยายการลงทุน พัฒนา และบริหารโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในแถบเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในไตรมาส1 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 798 ล้านบาท หรือ1.90 %

แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2560 คาดว่าจะมีปัจจัยบวกซึ่งช่วยจะทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อไปอีก ได้แก่ การปรับค่า เอฟที เพิ่มขึ้น การรับรู้รายได้จากการผลิตไฟฟ้าเต็มทั้งไตรมาสของกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย 130 เมกะวัตต์ และในประเทศญี่ปุ่น 30 เมกะวัตต์ และสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตไฟฟ้า

รวมถึงการลงนามในสัญญา Settlement Agreement กับบริษัทในกลุ่ม SunEdison ที่จะชำระค่าซื้อกิจการงวดสุดท้ายทำให้เกิดกำไรจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มขึ้น และการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศฟิลิปปินส์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินชั้นนำ และคณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติเข้าทำสัญญาซื้อหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและจะนำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อเข้าทำรายการในวันที่ 13 มิ.ย.2560

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ภาพรวมของกลุ่มโรงไฟฟ้าในช่วงที่เหลือหลังจากนี้ มองว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการปรับค่าเอฟทีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการขายไฟฟ้าให้กับกลุ่มโรงงานในอุตสาหกรรม และมีการขายไอน้ำ รวมถึงเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 เติบโตค่อนข้างมาก

ส่วนทิศทางผลประกอบการในครึ่งปีหลัง มองว่าน่าจะได้รับผลดีอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าโอกาสในการปรับค่าเอฟทีจะเกิดขึ้นอีกครั้งในไตรมาส 3 ประกอบกับผู้ประกอบการบางรายจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งมองว่ายังสามารถเข้าลงทุนได้

นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวจะกดดันให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงด้วยเช่นกัน ทำให้ผลให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าในปัจจุบันยังเกินระดับ 30% เมื่อเทียบกับระดับปกติ 15% รวมทั้งภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558-2579 ช่วงกลางแผนจะมีปริมาณสำรองไฟฟ้าสูงถึง 36- 39 % และคาดว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศจะเริ่มทยอยลดลงต่อเนื่องและเข้าสู่ภาวะปกติหลังปี 2569

สำหรับแนวโน้มกำไรกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 2560 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องแบบค่อนเป็นค่อยไปในระดับ 4.9 % ต่อปี ในเกือบทุกบริษัทจากโครงการใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง