"อาคเนย์" แตกไลน์ธุรกิจปั๊มรายได้ เปิดโชว์รูมขายรถมือสอง ปล่อยสินเชื่อธุรกิจเครือทีซีซี หวังขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
อาคเนย์ แตกไลน์ผุด 2 ธุรกิจใหม่ ทั้งโชว์รูมขายรถมือสอง-ปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในเครือทีซีซี หวังเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ขยายฐานลูกค้าใหม่ต่อยอดผลิตภัณฑ์การเงินให้ครบวงจรในอนาคต ตั้งเป้ารายได้โต 25% แตะ 1.9 พันล้าน
นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน เปิดเผยว่า แผนธุรกิจอาคเนย์ แคปปิตอลในปีนี้ บริษัทได้เริ่มนำร่องขยาย 2 ช่องทางบริการใหม่ คือ โชว์รูมขายรถมือสองและปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนให้กับธุรกิจในเครือ วางเป้าหมายเป็นช่องทางสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นและขยายฐานลูกค้ารายย่อย เพื่อให้บริการขายผลิตภัณฑ์ประกันและการเงินกลุ่มอาคเนย์ครบวงจรในอนาคต
ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโชว์รูมสำหรับขายรถมือสองในย่านเกษตรนวมินทร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ เพื่อเปิดช่องทางการขายรถครบอายุสัญญาเช่าให้แก่บุคคลทั่วไปรวมถึงพนักงานในเครือทีซีซีและพนักงานธุรกิจพันธมิตร
ล่าสุดบริษัทได้ตั้งหน่วยงานเพื่อให้บริการขายรถมือสองและเริ่มทดลองทำตลาดเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมานี้ พบว่าตลาดตอบรับดี เพราะเป็นรถที่ได้รับการบำรุงรักษาตามมาตรฐานจากศูนย์บริการชั้นนำอย่างสม่ำเสมอ ลูกค้ามั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการใช้งาน อีกทั้งยังมีประกันภัยรถของอาคเนย์อีกด้วย สามารถตรวจสอบประวัติได้ โดยในปีนี้จะมีรถมือสองที่พร้อมขายในพอร์ตประมาณ 200-300 คัน มีอายุการใช้งานน้อย 4-5 ปี คัดเกรดคุณภาพ จากปัจจุบันมีรถเช่าสำหรับองค์กร ประมาณ 13,000 คัน
ที่สำคัญบริการดังกล่าว บริษัทยังเห็นอัตราการทำกำไรได้ดี เนื่องจากบริษัทสามารถกำหนดราคาขายเองแยกประเภทและเกรดรถ ซึ่งเป็นราคาที่ทำกำไรได้ และต้นทุนไม่สูง จากเดิมรถที่หมดสัญญาเช่าจะต้องขายรถประมูลในราคาเดียว ยกตัวอย่างเช่น รถรุ่นแคมรี่ มีส่วนต่างทำกำไรในราคาขายใหม่กับราคาเดิมสูงถึง 100,000 บาทต่อคัน รวมทั้งยังต่อยอดให้บริการทางการเงินอื่นๆ ของกลุ่มอาคเนย์ได้ด้วยทั้งประกันและสินเชื่อ ผลิตภัณฑ์ประกันและสินเชื่อ
นอกจากนี้ ในส่วนของบริการสินเชื่อเวิร์กกิ้งแคปที่เป็นวงเงินทุนหมุนเวียน ให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ รองรับการขยายธุรกิจบริษัทในเครือ เช่น ไทยเบฟ เสริมสุข บิ๊กซี เพื่ออำนวยความสะดวกสินเชื่อสนับสนุนเถ้าแก่ที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดธุรกิจได้
โดยการสนับสนุนสินเชื่อให้กับพันธมิตรกับบริษัท ที่มีคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอดอกเบี้ยที่ดีกว่าเฉลี่ย 7-8% ต่อปี เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยในตลาดสูงมากถึง 12%
“อย่างเช่น ในปีนี้บิ๊กซีกำลังขยายธุรกิจแฟรนไชส์ มินิ บิ๊กซีกว่าหลายร้อยแห่งและพบว่ามีผู้ประกอบการ ดีลเลอร์รถที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทกว่า 19 ราย ที่พร้อมขยายธุรกิจแฟรนไชส์และบริษัทได้รับการสนับสนุนสินเชื่อดังกล่าวโดยเริ่มนำร่องในช่วง 2 เดือนมานี้ พบการตอบรับที่ดี ซึ่งในปีนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองตลาดขยายบริการใหม่”
หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2560 เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน บริษัทมียอดรถเช่าองค์กร 14,595 คัน เพิ่มขึ้น 41.8% มีรายได้รวมไตรมาสแรก 520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% โดยในปีนี้ยังตั้งเป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่าปีก่อน ในปี 2559 บริษัทมียอดรถเช่า 13,843 คัน ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และมีรายได้เพิ่มขึ้น 25% อยู่ที่ 1,958 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจรถเช่าองค์กร









